ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
tisco2
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ynot

หน้า: [1] 2 3 4
1
เอาเฉพาะตัวจับนะครับ ไอแพดต้องถอดออกมาใช้ถ่าย (มุมมองใกล้เคียงที่สุด)

2
ดีเซลมี 1 เหตุผลที่ไม่ควรซื้อครับ

ระบบกำจัดเขม่าไอเสียหรือ DPF เมื่อใช้ไปสักพักเขม่าจะมากขึ้นจึงต้องฉีดน้ำมันออกมาเพื่อเผาเขม่าทิ้ง รถยนต์ที่มีระบบบำบัดไอเสีย DPF มักจะเจอปัญหากรองเขม่าตัน ไฟเครื่องยนต์โชว์ เนื่องจากการสะสมของเขม่าที่อยู่ในระบบบำบัดไอเสีย  ซึ่งในตัวรถยนต์เองก็มีการเผาทำลายไอเสียในระบบเป็นช่วง ๆ โดยอาศัยอุณหภูมิความร้อนและระยะทางการขับขี่ บางครั้งการเผาเขม่าที่ไม่สำเร็จหลายครั้ง ก่อเกิดการสะสมและอุดตันของเขม่าในระบบกรองเขม่าไอเสีย

ถ้าใช้ในเมือง วิ่งช้าๆ มีโอกาสที่พอถึงที่หมายจอดรถดับเครื่องแล้ว แต่ระบบยังทำงานไม่เสร็จแม้ว่าจะทำงานต่ออีกระยะนึง แต่น้ำมันดีเซลมีโอกาสจะไหลย้อนกลับเข้าห้องเครื่อง ทำให้ระดับน้ำมันเครื่องค่อยๆสูงขึ้นตามจำนวนครั้งที่กำจัดเขม่า ซึ่งเป็นผลให้น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หากปล่อยไว้ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็จะเกิดความเสียหาย

เครื่องดีเซลไม่เหมาะกับคนขับช้าหรือคนใช้รถในเมืองเป็นส่วนใหญ่ครับ และถ้าใช้ดีเซลควรเติมน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้นเนื่องจากเกิดเขม่าน้อยกว่าเกือบเท่าตัว

ปล.แต่ผมก็ใช้ดีเซลนะครับ ถ้าเราเข้าใจระบบก็ไม่มีปัญหาอะไร ใช้งานดีมากไม่ผิดหวังเลย

ถ้าอยากเข้าใจระบบ DPF ให้มากขึ้นก็อ่านต่อที่ http://www.mazda2thailand.com/index.php/topic,933.0.html

3
เวลาขับคนเดียวไม่มีผู้โดยสาร รถ 4 ประตูจะเข้าโค้งได้ดีกว่าหน่อยนึงเพราะมีน้ำหนักกดทับที่ล้อหลังมากกว่าครับ ยิ่งถ้าบรรทุกสัมภาระให้น้ำหนักเหมาะๆจะยิ่งดีขึ้นไปอีก บางทีวิ่งทางไกลไม่มีสัมภาระผมยังอยากเอาแผ่นเหล็กฟิตเนสใส่แทนไว้เลย (แต่ขี้เกียจทำจุดยึดเหล็กแผ่นเลยเอาไว้ก่อน)

4
หลังจากกดลงหรือขึ้นสุดแล้ว ให้กดลึกขึ้นไปอีกนิดนึงจะเป็นออโต้ครับ

5
ผมเคยเจอ หลังไฟเตือนแบตเสื่อมขึ้น i-Stop หยุดทำงาน ตอนแรกก็คิดว่าดีแล้วรถยังสตาร์ทได้เพียงแค่ i-Stopไม่ทำงาน ก็จะได้ไม่ต้องมาคอยกดปิด จะทนใช้ไปอีกสักหลายๆเดือนค่อยไปเปลี่ยน แต่พบว่าอัตราสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นราว 20%จากปกติ พอเปลี่ยนแบตใหม่ระบบทำงาน อัตราสิ้นเปลืองก็กลับมาเหมือนเดิม ไม่ทราบว่าเหมือนจขกท.ไหมครับ แต่ของผมรถดีเซล

ปล.เชียงใหม่นี่ รถติดสุดๆ ติดมันทุกแยก ติดสาหัสสากรรจ์ ติดแบบแทบไม่ขยับ ติดแบบไม่เห็นอนาคต ติดกว่ากทม.ซะอีก ถ้าใช้รถในเชียงใหม่ผมว่า 11-14โล/ลิตรนี่เยี่ยมยอดแล้วนะครับ

6
น่าจะปกตินะครับแจ้งวัฒนะติดทุกวัน เจอรถติดยี่ห้อไหนก็คงพอๆกัน ต้องวิ่งทางไกลใช้ความเร็วคงที่ถึงจะรู้อัตราสิ้นเปลืองแท้จริง

7
ผมซื้อมาหลายแบบทั้งยึดกระจก ยึดขาเก้าอี้คนนั่งข้าง ใช้ไม่ได้เลย เพราะรถมาสด้าออกแบบมาให้ใช้พื้นที่ทุกส่วนจนหมดสิ้น อะไรที่วางแล้วสูงกว่า center display คือใช้ไม่ได้ทั้งนั้น มันบังถนน สุดท้ายผมมาเจออันนี้ ใช้ดีมากเวลาใช้ก็ห้อยตัวลงมา แต่ถ้าจอดรถตากแดด ต้องปลดออกก่อนนะครับ ไม่งั้นกลับมาร่วงอยู่ที่วางเท้า

ยี่ห้อ iOttie Easy Smart Tab2 ซื้อจากในเน็ท

ปล.เอารูปมาจากในเน็ทนะครับ ไม่ใช่รถผม มีไอแพดเครื่องเดียวมันถ่ายรูปตอนใช้งานด้วยไม่ได้

9
ของผมใช้แก้วน้ำที่ซื้อจากโรงหนัง SF ครับ ข้างในเก็บแว่นกันแดดกับแว่นเหลือง(ใส่ขับกลางคืน) วางแขนได้ระดับข้อศอกพอดี มั่นคงไม่โยกเยก เวลาเอารถไปล้างก็หยิบติดมือลงไปด้วย เพื่อให้พนักงานทำงานสะดวก

10
 :emo_051:
มาสด้าเป็นรถที่สมรรถนะในการขับขี่ดีจริงๆ โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งลงดอยชันๆ จะยิ่งรู้สึกรักมาสด้ามากๆ

ปกติเวลาผมขับรถไปกลับเชียงใหม่-กรุงเทพ จะรู้สึกกังวลและตึงเครียดช่วงที่ขึ้น-ลงเขา กว่าจะถึงที่หมายก็เหนื่อยล้าและปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ครั้งแรกที่มาสด้าพาผมไปถึงจุดหมาย ผมไปถึงแบบงงๆ เพราะว่าผมจำได้ว่าเวลาไปเชียงใหม่จะมีจุดที่ต้องระวังเยอะมาก แต่ผมวันนั้นไปถึงจุดหมายปลายทางแบบสบายๆโดยไม่เจอโค้งอันตราย เลยงงว่าโค้งพวกนั้นมันหายไปไหนกันหมด

update 26/11/60 : ล่าสุดใช้รถจนรู้ใจกัน ดอยขุนตาลหายไปทั้งลูกเลยครับ เหลือแต่เนินเตี้ยๆ ลงมาด้วยเกียร์ D แบบชิวๆ

11
http://www.thairath.co.th/content/679873

ชุดส่งกำลัง SkyActiv Transmission เป็นเกียร์ออโต้ขับหน้าแบบเฟืองต่างขนาดที่ช่วยดึงประสิทธิภาพแรงบิดจากเครื่องยนต์ออกมาจนหมดไส้หมดพุง เกียร์ออโต้แบบเฟืองต่างขนาดของรถ Mazda มีต้นทุนการผลิตต่อลูกสูงกว่าเกียร์สายพายพูเล่ย์หรือ CVT แต่ให้อารมณ์ของการทดกำลังอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมแตกต่างจากเกียร์แบบสายพานที่เอาแต่ย้วยแตกและไม่สามารถดึงสมรรรถนะของเครื่องยนต์ได้เท่าที่ควรจะเป็น เลือดมอเตอร์สปอร์ตของ Mazda อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญสูงสุดนั่นก็คือการเลือกใช้ระบบส่งกำลัง หากสังเกตให้ดีๆ คุณจะพบว่าเกียร์ออโต้แบบเฟืองต่างขนาดในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่มากนักในรถญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะกลายเป็นเกียร์ CVT สุดหน้าเบื่อกันไปหมดไม่เว้นแม้แต่ Subaru ค่ายรถยนต์ที่ชอบประดิษฐรถยนต์สมรรถนะสูงก็ยังหันมาเล่นกับเกียร์ Lineartronic CVT ยังดีขึ้นมาหน่อยที่เกียร์ CVT สายพานของค่ายหมู่ดาวสามารถแปรผันล็อกอัพได้ แต่ก็ยังไม่เจ๋งเท่ากับเกียร์ SkyActiv Transmission ซึ่งเป็นเกียร์แบบฟันเฟืองแท้และให้อารมณ์ของการขับในแบบสปอร์ตที่นักขับชื่นชอบ

12
อ่านคำตอบของเพื่อนๆแล้วยังไม่หายคาใจ เลยยืมเบนช์สปอร์ต SLK ของเพื่อนมาลอง พบว่าช่วงล่างเบนซ์ นุ่ม แน่น ยึดเกาะดี แต่ทว่ามันไม่มีความคล่องแคล่วเอาซะเลย อืดอาดยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆที่อัตราเร่งก็ดีกว่า ผมรู้สึกว่า SLK เป็นรถที่ขับไม่สนุกเลยสักนิด

ตอนแรกผมคาดว่ามันจะต้องดีกว่า Mazda2 แบบมากๆเพราะเป็นเบนซ์ ปรากฏว่าผมกลับชอบมาสด้า2 มากกว่า SLK ซะอีก หลังจากลองรถของเพื่อนแล้วผมจึงได้รู้ว่ารถมาสด้า2 เป็นรถที่ลื่นไหลได้พริ้วมาก คล่องแคล่ว ว่องไว กระฉับกระเฉง และที่สุดยอดก็คือ พวงมาลัยปรับน้ำหนักตามความเร็วซึ่ง SLK ไม่มีให้

ปกติผมขับมาสด้า2 ที่ 160-185 ก็รู้สึกว่ายังปลอดภัย ไม่เครียด ไม่เกร็ง แต่สำหรับ SLK แล้วผมกล้าใช้ความเร็วเต็มที่แค่ 120-140 เท่านั้น เพราะเกร็งกับพวงมาลัยที่ความเร็วสูงๆ มันเบาเกินไปเมื่อเทียบกับมาสด้า2

หลังจากได้ทดลองขับรถเพื่อนดูแล้ว ผมรู้สึกรักมาสด้าดีเซลของผมมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า แถมขับไปเชียงใหม่ มาสด้า2 เสียค่าน้ำมันแค่ 800 แต่ SLK ของเพื่อนต้องจ่ายอย่างน้อย 5,000 ขึ้นไป

14
ตอนแรกเห็นเสื่อที่พื้น เข้าใจว่าคืนนี้จะลงมานอนกะรถ :-\

ผมเองรับรถวันแรก ร่ำๆจะมากางมุ้งนอนข้างรถเหมือนกัน :emo_040:

15
ก่อนมาขับมาสด้า2ผมเคยใช้แต่รถกระบะ เลยไม่รู้ว่าความนุ่มนวลในการโดยสารถ้าเทียบกับรถ vios หรือ city พอไหวไหม

แน่นอนว่าการยึดเกาะถนนย่อมแลกมาด้วยความแข็งกระด้าง แต่ก็ยังอยากรู้ว่ามันนุ่มแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาเจอทางขรุขระชอบแอบคิดทุกที ส่วนเวลาใช้ความเร็วนี่เหมือนโลกหยุดหมุน มีเพียงเรากับรถเท่านั้น

ท่านที่เคยใช้ยี่ห้ออื่นมาก่อนช่วยบอกผมที ขอบคุณครับ

หน้า: [1] 2 3 4