ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Ads
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Palmirus

หน้า: [1]
1
เพราะอากาศประเทศไทยค่อนข้างร้อนซึ่งส่งผลให้เกิดความใจร้อน อารมณ์หงุดหงิด และอาจจะส่งผลถึงให้การทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ใช้ท้องถนนด้วยกัน เราเข้าใจว่าแอร์เย็นๆ เป็นเสมือนสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องการอยู่เสมอ ไม่แพ้กับการทำประกันภัยรถยนต์ เพราะฉะนั้นเรื่องของการดูแลรักษาแอร์รถยนต์จึงเป็นสิ่งที่คุณควรให้ความใส่ใจอยู่เสมอ  ยิ่งการขับขี่บนท้องถนนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าหากแอร์เสียแล้วล่ะก็ อารมณ์ก็ยิ่งเสียอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นแอร์รถยนต์ของเราต้องเย็นอยู่เสมอ เราจึงขอแนะนำวิธีในการยืดอายุแอร์ในรถยนต์กันด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. มีสติก่อนสตาร์ท ก่อนสตาร์ทรถยนต์อย่าลืมเช็คว่าคุณปิด (A/C)  เพราะปุ่ม (A/C) จะเป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ท ถ้าหากเปิดอยู่ให้ปิดก่อนรอให้เครื่องยนต์พร้อมใช้งานก่อนค่อยเปิดปุ่ม (A/C) จะดีที่สุด

2.วอร์มอัพเครื่องยนต์ให้อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้ วิธีการวอร์มง่ายๆ คือการเปิดแอร์ด้วยความเร็วลมแรงสูง เพื่อไล่อุณหภูมิที่ร้อนออกไปในระบบแอร์

3.ปิดปุ่ม (A/C) ก่อนถึงจุดหมาย 5 - 10 นาที ก่อนจะขับรถถึงจุดหมายของคุณ เราขอแนะนำว่าให้คุณปิดปุ่ม (A/C) และเปิดพัดลมแรงสูงแทน เพื่อให้คอมเพลสเซอร์ทำงานเบาลง และไล่ความชื้นจากคอล์ยเย็นเพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรียสะสมที่ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับชื้น


ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตามแต่ประเทศไทยก็ยังคงร้อนมากกว่า 80% ในรอบตลอด 1 ปีอยู่ดี เพราะฉะนั้นอากาศที่ร้อนจึงเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิด Heat Stroke และการเกิดเหงื่อเปียกชุ่มทำให้ดูไม่สะอาด การดูแลรักษาแอร์บนรถจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะคงไม่มีใครอยากขับรถไป เหงื่อชุ่มตัวไป เช่นเดียวกับการ ซื้อประกันภัยรถยนต์ ที่ซื้อไว้ก็มีแต่ความสบายใจทุกการขับขี่บนท้องถนน และ เช็คราคาประกันรถยนต์ กับบริษัทประกันที่ไว้ใจได้



2
Have a good trip!! เช็คลิสต์ให้ดี สำหรับคุณแม่ลูกอ่อนที่จะขับรถพาลูกน้อยออกไปเที่ยวด้วยตนเอง บางครั้งเราอาจหลงลืมในการเตรียมพร้อมก่อนการเดินทาง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยเราควรเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนขับรถพาลูกเที่ยวกันดีกว่า รับรองว่าลูกน้อยไม่งอแงตลอดการเดินทางและเบาแรงคุณแม่อย่างแน่นอน 

เช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง คุณแม่ควรเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟส่องสว่าง ยางรถยนต์ ที่ปัดน้ำฝน เครื่องยนต์ ตลอดจนระบบเบรกและช่วงล่าง นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั้นคือต้องเช็ค ประกันรถยนต์ ด้วย ว่ามีการต่อประกันเรียบร้อยแล้วหรือไม่  หากยังไม่ได้ต่อควรรีบต่อ เพราะสมัยนี้สามารถ เช็คราคาประกันรถยนต์ ได้ง่ายๆแล้ว ต่อประกันให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของทั้งรถยนต์ คุณแม่ และลูกน้อย

ติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กโดยสารบนรถ การติดตั้งคาร์ซีทหรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งหากติดตั้งคาร์ซีทไว้ในรถจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้

เตรียมสัมภาระต่างๆ ของลูกน้อยให้พร้อม คุณแม่จะต้องเตรียมกระเป๋าหรือตะกร้าสำหรับใส่สัมภาระต่าง ๆ ของลูกน้อยแยกไว้ต่างหาก เช่น นม ขวดนม อุปกรณ์ชงนม กระดาษทิชชู่ และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการพกพาและการหยิบจับขึ้นมาใช้

ของเล่นชิ้นโปรดต้องติดรถ  อย่าลืมเตรียมของเล่นชิ้นโปรดของลูกน้อยติดรถไว้ เพื่อให้ลูกได้หยิบจับขึ้นมาเล่นอย่างเพลิดเพลินนอกจากนี้ยังช่วยให้คุณแม่มีสมาธิในการขับรถมากขึ้นอีกด้วย 

อาหารสำหรับลูกน้อยต้องพร้อม เพราะเด็กไม่สามารถอดทนต่อความหิวได้เหมือนผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณแม่จึงควรทำอาหารที่ทานง่ายเตรียมไว้และนำติดรถไปด้วย ในกรณีที่เด็กเกิดหิวระหว่างเดินทาง คุณแม่จะได้หยิบขึ้นมาให้หม่ำแก้หิวได้ทันที

ซื้อประกันชั้น 1 ไว้อุ่นใจกว่า คุณแม่จึงควรจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยการเลือก ซื้อประกันภัยรถยนต์ ที่เป็น ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เพราะความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

คู่มือประกันภัยเอกสารสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาด เตรียมกรมธรรม์ประกันภัยหรือเล่มทะเบียนรถติดรถยนต์ไว้เสมอ ซึ่งถือเป็นวิธีเตรียมความพร้อมที่ง่ายที่สุด เพราะหากมีการเรียกตรวจหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น จะช่วยเบาแรงคุณแม่ในเรื่องของการค้นหาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับรถได้ง่ายขึ้น

บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินติดไว้ในโทรศัพท์ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินติดไว้ในโทรศัพท์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้เพื่อความอุ่นใจและการป้องกันไว้ดีกว่าแก้เสมอ





3
สิ่งที่ผู้ขับขี่หลายๆ คนกลัวมากที่สุด เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน คืออุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากการขับขี่รถยนต์  หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้นคือ การไม่ตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เมื่อเจอสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นฝนตกหนักจนไม่สามารถมองเห็นถนนที่อยู่ตรงหน้าได้ จึงทำให้หลายๆครั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งที่เราไม่ควรละเลยในฤดูฝนนี้คือ การตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอ เพื่อความปลอดภัยของเราและเพื่อนร่วมทาง   จุดที่ควรตรวจเช็คให้สม่ำเสมอในช่วงฝนตกแบบนี้ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย
1.ยางรถ คือสิ่งที่สำคัญมากๆส่วนหนึ่งของรถ หน้าที่หลักของยางคือยึดเกาะพื้นถนนในการขับเคลื่อน   ความพร้อมของยางจึงสำคัญมากๆ   ต้องหมั่นตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ  แล้วจะตรวจสอบตรงจุดไหนบ้างของยางรถยนต์  มีดังนี้   

1.1ดอกยาง มีมั้ยหรือโล้นเกลี้ยงไปแล้ว  ถ้าเกลี้ยงไม่เหลือดอกยางแล้ว แน่นอนว่ายึดติดถนนไม่ดีอย่างที่ควรเป็นแน่ๆ
1.2การชำรุดของโครงสร้างยาง  เช่นยางแบนง่ายรึเปล่า  มีการปริหรือชำรุดตรงจุดอื่นมั้ย สังเกตุบ่อยๆ ในทุกช่วงที่มีการเดินทางจะดีมาก
1.3 อายุการใช้งานของยางรถ ไม่ควรจะนานเกิน 6 ปี นับแต่วันที่ผลิต หรือถ้าเกิดอย่างใดอย่างนึงใน3ข้อนี้ เราควรจะรีบเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ[/color]

2.ที่ปัดน้ำฝน ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน  ใบปัดน้ำฝนจึงมีการชำรุดได้ง่าย เช่น ใช้งานน้อยมาก จอดรถตากแดดนานๆ ที่ปัดน้ำฝนก็เสียหายง่าย พอใช้งานจริงๆ  ปัดไม่สะอาด กระจกเป็นคราบ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเป็นศูนย์  นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน เราจึงควรเปลี่ยนทุก 1 ปี  ก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน   เพื่อความพร้อมในการใช้งานจริง

3. ไฟหน้าและไฟท้าย เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการขับรถช่วงที่ฝนตก   ไฟหน้าจะช่วยให้มองเห็นทางที่อยู่ตรงหน้ารวมถึงเป็นสัญญาณ ให้รถคันอื่นทราบตำแหน่งรถของเรา  ไฟท้ายก็สำคัญเช่นกันในการขับขี่ช่วงที่ฝนตก ไฟต้องติดทุกหลอด ต้องเช็คให้ดี ว่าแตะเบคแล้วไฟขึ้นมั้ย เปิดไฟแล้วไฟติดหรือเปล่า สัญญาณไฟท้ายรถ ก็สำคัญมากๆ ในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ช่วงที่ฝนตก หมั่นตรวจเช็คให้พร้อมใช้งานเสมอจะดีที่สุด

4.น้ำมันเบรค ควรมีการเปลี่ยนถ่ายทุกปี  เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานเบรคของรถยนต์  และตรวจสอบสายอ่อนให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งานเสมอ

การตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอจึงสำคัญมากๆ ในทุกฤดูกาล  ไม่ใช่แค่ในฤดูฝนอย่างเดียว  และควรมีประกันภัยรถยนต์ที่พร้อมดูแลในทุกสถานการณ์ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านใช้รถใช้ถนนอย่างมีน้ำใจและขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในทุกวัน และควรทำ ประกันรถยนต์ ไว้ โดย ซื้อประกันภัยรถยนต์ และ เช็คราคาประกันรถยนต์ กับบริษัทประกันที่ไว้ใจได้

4
จากเรื่องประกันรถยนต์ วันนี้ขอเปลี่ยนเรื่องมาพูดถึงเรื่อง ประกันภัยด้านอื่นๆบ้าง ครั้งนี้จะมาพูดถึง อุบัติเหตุที่เกิดจากเครื่อวเล่นในสวนสนุก หลายท่านอาจจะเบาใจลงไปได้บ้าง ถ้ารับรู้ว่าเครื่องเล่นตามสวนสนุกหรืองานวัดเกิดทำให้ใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย ไม่ต่างกับการได้รับความคุ้มครองจากการทำ ประกันภัยรถยนต์  เป็นเพราะว่า เครื่องเล่นเหล่านี้กฏหมายได้ให้เจ้าของเครื่องเล่นต้องทำประกันภัยภาคบังคับหรือกล่าวง่ายๆว่าทำหน้าที่เหมือนกับ ประกันพ.ร.บ.ที่เราๆท่านๆรู้จักกันดีนั้นแล  ไม่ว่าใครจะเล่นอยู่บนเครื่องเล่นหรือยืนดู เมื่อได้รับบาดเจ็บที่เป็นผลมาจากถูกวัสดุอุปกรณ์ของเครื่องเล่นทำให้เกิดการบาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ทันที และหมายรวมไปถึงทรัพย์สินด้วย
แล้วเครื่องเล่นประเภทไหนที่เข้าข่ายคำว่าเครื่องเล่นที่กฏหมายได้บังคับให้มีการทำประกันภัยเอาไว้  ในกฏกระทรวงว่าด้วย การควบคุมเครื่องเล่น ปี 2558 ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคารปี 2522 ได้ให้ความหมายเครื่องเล่นไว้ว่า...

ข้อ 1 “เครื่องเล่น” หมายความว่า สิ่งที่ก่อสร้างขึ้นสำหรับให้บุคคลใช้เล่นในสวนสนุกหรือในสถานที่อื่นใดในลักษณะเดียวกัน โดยมีส่วนประกอบของโครงสร้างประธานและโครงสร้างประกอบ และมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) มีการเคลื่อนที่ที่ทำให้ผู้เล่นเครื่องเล่นเคลื่อนที่ได้โดยมีความเร็วไม่น้อยกว่า 5 เมตรต่อวินาที
(2) มีความสูงจากระดับพื้นที่ตั้งของเครื่องเล่นถึงระดับพื้นที่สูงที่สุดที่ผู้เล่นเครื่องเล่นขึ้นไปเพื่อเล่นเครื่องเล่นไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร
(3) มีขนาดกำลังของเครื่องกลไม่น้อยกว่า 15 แรงม้า (11 กิโลวัตต์)
(4) มีส่วนที่ต้องใช้น้ำในการเล่นเครื่องเล่นโดยมีความลึกของระดับน้ำไม่น้อยกว่า 0.80 เมตร
ส่วนความคุ้มครองด้านประกันภัยเป็นไปตามข้อบังคับในกฏกระทรวงฉบับเดียวกันในข้อที่ 10 ความว่า...

ข้อ 10 เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ก่อสร้างหรือเคลื่อนย้ายเครื่องเล่นแล้วเสร็จ และประสงค์จะใช้ เครื่องเล่นดังกล่าว ให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ ตามแบบ ขค. 2 พร้อมด้วย เอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทําการตรวจสอบการก่อสร้างหรือเคลื่อนย้ายเครื่องเล่นให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งและเอกสารหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ผู้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นรายงานผลการพิจารณาตรวจสอบตามคู่มือ การติดตั้งเครื่องเล่นของผู้ผลิตเครื่องเล่นโดยมีวิศวกรเป็นผู้ลงนามตรวจสอบ พร้อมทั้งหลักฐานการจัดให้ มีการประกันภัยเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณีเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อครั้ง และคุ้มครอง ทรัพย์สินบุคคลภายนอกไม่ต่ำกว่าสองแสนบาทต่อครั้ง

จะเห็นได้ว่า การซื้อประกันต่างๆไว้  ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุหรือ การซื้อประกันรถยนต์ เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสบายใจให้กับตัวคุณและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง



5
อาการรถเหินน้ำ (Aquaplaning หรือ Hydroplaning) ที่มักเกิดได้บ่อยในช่วงฝนตก และจะอันตรายมากที่สุดในช่วงหลังฝนตก 10 นาที เนื่องจากน้ำจะผสมกับน้ำมัน และฝุ่น ที่ตกค้างอยู่บนถนน ขับเร็วไม่ได้เพราะจะลื่นแล้วเสียการทรงตัวจนลามไปเกิดอุบัติเหตุได้อีก ทำให้เกิดเป็นชั้นน้ำระหว่างพื้นถนนกับยางรถ ส่งผลให้ล้อรถเกิดอาการไม่เกาะถนนและทำให้คนขับควบคุมรถได้ยากขึ้นกว่าปกติ และเมื่อเจอถนนที่ลื่นก็อาจจะทำให้รถเสียการทรงตัวจนลื่นไถลเกิดอุบัติเหตุได้

สิ่งที่ทำให้เกิดอาการเหินน้ำ (Aquaplaning หรือ Hydroplaning)

พื้นผิวถนน หากถนนที่ใช้ในการขับขี่เป็นแบบคอนกรีต พื้นผิวเรียบ ความขรุขระน้อย โอกาสที่จะเกิดอาการเหินน้ำจะมีมากกว่าพื้นถนนที่มีส่วนผสมของยางมะตอยเคลือบไว้ เพราะพื้นยางมะตอยจะมีความขรุขระทำให้รถทรงตัว และเกาะถนนได้ดีกว่า

ล้อรถยนต์ การเลือกใช้ล้อรถยนต์ควรคำนึงถึงการใช้งานเป็นส่วนสำคัญ เพราะถ้ายิ่งเลือกล้อรถที่มีหน้ากว้างและยาวกว่าแบบทั่วไป โอกาสเกิดอาการเหินน้ำบนท้องถนนก็น้อยลงตามไปด้วย

ดอกยาง ลักษณะของดอกยางที่ใช้ และความลึกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เนื่องจากหน้าที่ของดอกยางจะใช้วิธีรีดน้ำไปด้านข้างล้อ หากดอกยางเหลือน้อยลงประสิทธิภาพในการทำงานและช่วยลดอุบัติเหตุก็จะน้อยลงไปด้วย

ความเร็ว ปัญหาหลักและเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดของอาการเหินน้ำคือ ความเร็วที่ใช้วิ่งบนถนน เพราะถ้าขับรถมาด้วยความเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะทำให้ล้อรถรีดน้ำได้ทันนั้นเป็นไปได้ยากมาก และอาการเหินน้ำก็จะเกิดได้ง่ายเนื่องจากความหนาของมวลน้ำนั้นมีมากกว่าการขับรถช้า

น้ำหนักที่บรรทุกของ หากต้องบรรทุกของหนักๆ ไว้บนรถเพื่อเดินทาง จะทำให้รถนั้นมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าปกติ เมื่อรถเกิดการเสียการทรงตัวจะก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่า เนื่องจากมีแรงเฉื่อยที่น้อยลง

วิธีการหลีกเลี่ยงการขับรถยนต์ไม่ให้เกิดอาการเหินน้ำ?
1. ใช้ความเร็วที่ต่ำลง เมื่อเจอถนนที่เปียก มีน้ำขัง หรือในช่วงที่ฝนตก
2. ไม่ควรแตะเบรกแบบกระทันหันเมื่ออยู่ในทางโค้ง ควรชะลอหรือเบรกล่วงหน้าก่อนที่จะถึง
3. จับพวงมาลัยให้แน่นอยู่เสมอเพื่อการควบคุมรถที่ดี และแตะเบรกแบบเบาๆ ในขณะที่ต้องลุยน้ำเพื่อลดอาการเหินน้ำ
4. หมั่นตรวจเช็คระบบและสภาพรถให้พร้อมต่อการใช้งานเสมอ รวมทั้งล้อรถและดอกยางทั้ง 4 ล้อ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เพราะถ้าหากยางรถยนต์มีลมอ่อนจนเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการเหินน้ำได้ง่าย
5. ไม่ควรขับรถไปในแล่งที่มีน้ำขังหรือเปียกน้ำ เพราะทำให้มีโอกาสเกิดอาการเหินน้ำได้สูง และไม่ควรเหยียบคันเร่งในทันทีที่ลุยน้ำอยู่ ควรปล่อยไปรถไปแบบปกติ ชะลอตัวไปเรื่อยๆ และห้ามเยียบเบรกเพื่อหยุดรถอย่างกะทันหัน
6. สัมผัสพื้นถนนให้มากที่สุด โดยการใช้ความเร็วต่ำ เมื่อใช้ความเร็วต่ำจะทำให้ล้อของรถนั้นยึดเกาะกับพื้นถนนได้แนบสนิทและสบูรณ์มากที่สุด อีกทั้งยังช่วยลดการไถลลื่นอีกด้วย

การขับรถยนต์ในช่วงฤดูฝนนั้น ไม่ว่ารถของคุณจะทำประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ประกันรถยนต์ ชั้น 2 ประกันรถยนต์ ชั้น 3  หรือชั้นไหนๆก็ตาม การขับรถอย่างมีสติในช่วงฤดูฝน ที่พื้นถนนลื่น เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพึ่งมีตลอดเวลาทุกครั้งที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้ที่สัญจรร่วมกัน


6
หลายท่านที่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ ทราบหรือไม่ว่า บริษัทประกันภัยจะมีการลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย ไม่เคยเคลม หลักของการลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี มิได้เป็นเรื่องที่บริษัทประกันภัยสามารถกระทำได้ตามอำเภอใจ แต่ต้องดำเนินการตามกฏหมายที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
 
ลด 20% ของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทในการประกันภัยปีแรก
ลด 30% ของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทในการประกันภัย 2 ปีติดต่อกัน
ลด 40% ของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทในการประกันภัย 3 ปีติดต่อกันลด 50% ของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทในการประกันภัย 4 ปีติดต่อกันหรือกว่านั้น


โดยวัตถุประสงค์ของการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์นั้น เพื่อต้องการให้ผู้ขับขี่ทุกคนขับขี่รถอย่างระมัดระวังมีวินัย เคารพต่อกฏจราจร อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ผู้เอาประกันภัยก็ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีอยู่ หากค่าเสียหายที่เรียกร้องนั้นเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอก และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงตัวบุคคลภายนอกนั้นได้
อีกทั้งหากในระหว่างปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนเบี้ยประกันภัยประวัติดีแล้ว และได้มีการเรียกร้องค่าเสียหาย ดังนั้นในการต่ออายุการประกันภัยในปีต่อไป จะมีกฏเกณฑ์ในการพิจารณาลดเบี้ยประวัติดีดังนี้
1 ลดลงหนึ่งลำดับขั้นจากเดิม หากการเรียกร้องนั้นเกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

2 ลดลงสองลำดับขั้นจากเดิม แต่ไม่เกินอัตราปกติ หากมีการเรียกร้องที่รถยนต์คันเอา
ประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งบริษัทให้ทราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป รวมกันมีจำนวนเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย



หน้า: [1]