ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Ads
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: แชร์ประสบการณ์การอัพเฟิร์มแวร์ด้วยตัวเอง  (อ่าน 126 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Hiz0kA

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 21860
  • กระทู้: 9
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปราจีนบุรี
  • ชื่อเล่น: ต๊อบ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
หลังจากผ่านการอัพเฟิร์มแวร์ด้วยตัวเองมาเป็นระยะเวลา 2ปีกว่า ก็เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย ให้เป็นกรณีศึกษาต่อผู้สนใจกันครับ  :D

ผมได้น้อง2คันนี้มาประมาณปลายปี 17 หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มหาข้อมูลเรื่องการปลดล็อคต่างๆ ด้วยการลง AIO ซึ่งก็น่าจะได้ข้อมูลมาจากในเว็บนี้นี่แหละ

ครั้งแรกในการลงติดตั้ง AIO ก็เจอปัญหาว่า USB ของผมไม่สามารถมารัน AIO เพื่อติดตั้งได้  :P

หลังจากหาข้อมูลต่อก็พบว่าเป็นเพราะ FW นั่นเอง แล้วต้องทำยังไงล่ะ  :-X

FW ตั้งต้นที่มากับ MZD connect ของผมคือ 59.00.504 ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้มีการปิดช่องทางการ ติดตั้งไฟล์จาก USB เพื่อป้องกันการ hack ระบบ การจะติดตั้ง AIO ได้จำเป็นต้อง "ปลดล็อคหน้าจอ" ซึ่งดูเป็นการความซับซ้อนในเชิงเทคนิคที่ยากเกินไปสำหรับความสามารถและเครื่องไม้เครื่องมือที่ผมมี ดังนั้นคำตอบของผม ณ วันนั้นก็คือ "downgrade FW" และนั่นนำมาซึ่งการผจญภัยในโลกของ FW ของผม :'(

ผมได้ download FW version 59.00.502 มาเพราะได้ข้อมูลมาว่า versionนี้สามารถใช้งาน USB ได้โดยที่ไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ แต่ขั้นตอนการ downgrade นั้น จะตรงกันข้ามกับการ update FW กล่าวคือ การupdate FW จะต้องเริ่มจากติดตั้งไฟล์ fail-safe ก่อน และจึงติดตั้ง Reinstall แต่การ downgrade นั้นจะต้องติดตั้ง Reinstall ก่อนและจึงติดตั้ง fail-safe แต่ที่ตามมา...

Bricked ครับ  :blank: (ติดตามตอนต่อไป)





สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ Hiz0kA

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 21860
  • กระทู้: 9
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปราจีนบุรี
  • ชื่อเล่น: ต๊อบ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
มาต่อกันครับ

หลังจากเจอเข้ากับอาการ"หน้าจอดับ" ดำมืดสนิทเหลือไว้เพียงเสียงของวิทยุ  :-[
สิ่งที่ผมทำต่อมาก็คือการ "กดสูตร" เพื่อทำการคืนค่าเริ่มต้นจากโรงงาน แต่ไม่ว่าจะลองทำกี่ครั้งก็เหมือนเดิม ไม่สามารถที่จะทำให้หน้าจอกลับมามีภาพเหมือนเดิมได้แล้ว :emo_008:

เมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้  ผมใช้เวลาในการหาข้อมูลต่อไปอีกว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้ คำตอบที่ได้มีหลายวิธีมากครับ แต่วิธีที่ได้รับการแนะนำก็คือการ Serial console ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการงัดแงะเจ้าCMUออกมาจากคอนโซลรถนั่นเอง ลองคิดดูสิครับ รถใหม่ๆ พึ่งซื้อมาไม่เท่าไหร่ ต้องมาหน้าจอดับและกำลังจะถูกแงะเอากล่องCMUออกมาซะแล้ว  :-\

ผมสั่งซื้อเจ้าอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งก็คือ "USB to TTL Converter Module"จากทางเว็บโดยทันที ไม่กี่วันหลังจากนั้นของก็มาถึง และผมก็ได้เริ่มทำตามขั้นตอนที่หาได้จากในเว็บ
https://www.mazda3revolution.com/threads/aio-tweaks-and-firmware-ver-502-read-this.200450/#post-2085714
https://www.mazda3revolution.com/attachments/661db4es-960-jpg.209098/
https://www.mazda3revolution.com/attachments/5-jpg.155825/
http://www.2x4logic.com/cmuconnectors.html
http://www.2x4logic.com/uartpads-annotated.jpg

แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกของผมในการถอด CMU ออกจากคอนโซลรถ ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยกังวลต่างๆ เช่นว่าจะทำให้เกิดความเสียหายกับส่วนต่างๆ ของตัวยูนิต สายเคเบิ้ล หน้าจอ หรือแม้กระทั่งคอนโซลของรถ แต่จนแล้วจนรอดผมก็สามารถถอดเจ้า CMU ออกมาจนได้ แม้จะเกิดรอยขีดข่วนบนคอนโซลเล็กน้อยพอเป็นร่องรอยประสบการณ์  :'(

ปฏิบัติการขั้นถัดไปคือการบัดกรีสายไฟเข้าไปเพื่อจะเชื่อมต่อสัญญาณของบอร์ด CMU เข้ากับเจ้า USB to TTL Converter Module ซึ่งสำหรับผมก็ไม่ได้เป็นที่ยากเย็นแต่อย่างใด (เนื่องจากทำงานเกี่ยวกับด้านนี้อยู่แล้วก็เลยพอจะทำได้เอง) หลังจากนั้นก็เป็นการต่อUSB to TTL เข้ากับ computer แล้วทำการเชื่อมต่อเข้าไปในระบบของ MZD ซึ่งเป็นระบบ linux แม้ผมจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่ก็แทบไม่ได้ใช้งานระบบนี้มาก่อนเลย เป็นประสบการณ์ที่ใหม่และยากขึ้นอีกขั้นทีเดียว  O0

เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์และนำ CMU ใส่กลับคืนไปในรถเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มทำตามขั้นตอน ปรากฎว่าcomputer ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบได้ ซึ่งน่าจะเป็นมาจากการเชื่อมต่อสาย TXRXจาก CMU ไปที่ USB to TTL สลับกัน แต่ตอนนั้นไม่รู้ และน่าจะไม่ได้ลองสลับสายดูทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ หลังจากนั้นผมก็สั่งซื้อ USB to TTL มาอีกหลายรุ่นด้วยกันซึ่งก็เจออาการเดียวกันทั้งสิ้นเพราะยังต่อสายเหมือนเดิมอยู่  :blank:

ช่วงของการทดลองครั้งนั้นน่าจะใช้เวลาไปเป็นเดือน ผมก็ยังไม่สามารถที่จะกู้คืนระบบMZD connectของผมได้ ก็ได้แต่โทษตัวเอง และหาวิธีอื่นต่อไป ทุกปัญหาย่อมมีทางออก (จริงหรือ) :emo_052:

ออฟไลน์ Hiz0kA

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 21860
  • กระทู้: 9
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปราจีนบุรี
  • ชื่อเล่น: ต๊อบ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เมื่อวิธี serial console ไม่ได้ผล วิธีถัดไปก็คือการ reset SPI NOR flash ข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากเว็บ https://mzdonline.wordpress.com/2017/07/19/reset-cmu-nor-flash-with-rpi/ (ต้องขอบคุณผู้เขียนไว้ ณ ที่นี้ด้วย)
ตอนนั้นแค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ เพราะมีสิ่งที่จำเป็นต้องใช้อีกหลายอย่างด้วยกัน คือ
1. Raspberry PI 2 หรือ 3 model B (ผมซื้อ Pi 3 model B มา ราคาน่าจะ 1,300 - 1,400.-)
2. IC TEST CLIP 16ขา (ประมาณ 200กว่าๆ )
ก็ใช้เวลาสั่งซื้อและรอของอีกเป็นอาทิตย์เหมือนกัน (สั่งมาจากebay) กว่าจะได้ของมาครบ จากนั้นก็ได้เวลามาทำการกู้คืน CMU ขั้นตอนดูเหมือนไม่ยุ่งยาก แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่าต้องมาศึกษา raspberry pi อยู่พักนึงทีเดียวกว่าจะเข้าใจและได้ลงมือทำ  O0
เมื่อทำตามขั้นตอนในเว็บข้างต้นแล้วพบว่าโปรแกรม flashrom ใน Pi มองเห็นICเป็นอีกpart number ซึ่งไม่ตรงกับขั้นในเว็บ โปรแกรมก็ฟ้องว่าคำสั่งผิด หาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศก็พบว่าต้องใช้ part number ให้ตรงกับ IC บนบอร์ด ซึ่งของผมก็คือ "MX25L6445E"
https://www.mazda3revolution.com/threads/black-screen-mzd.229891/#post-2401643
แต่พอมาถึงขั้นตอนนี้ก็ต้องติดอีกเพราะว่า ตอนจะbackup FW โปรแกรมก็ฟ้องว่าไม่รู้จัก IC (ใช้คำสั่ง flashrom -r backup-cmu.bin -c "MX25L6436E/MX25L6445E/MX25L6465E/MX25L6473E/MX25L6473F" -V -p linux_spi:dev=/dev/spidev0.0,spispeed=8000) ซึ่งก็พึ่งจะมารู้เมื่อไม่นานนี้ว่าMX25L6473Fมันผิด ในระบบมันรู้จักแต่เบอร์ MX25L6473E  ทำให้โปรแกรมไม่รู้จัก สุดท้ายก็เลยต้องล้มเลิกวิธีนี้ไปในที่สุด  :-[

วิธีสุดท้ายที่พอจะมีหวังก็คือ เปลี่ยน CMU ใหม่ทั้งลูก แต่ได้ยินมาว่าของจากศูนย์ราคาเป็นหมื่น ดูท่าจะไม่ไหว  :-\ แล้วทำไงต่อดีล่ะเนี่ย






ออฟไลน์ Hiz0kA

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 21860
  • กระทู้: 9
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปราจีนบุรี
  • ชื่อเล่น: ต๊อบ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หลังจากลองวิธีการต่างๆ ที่พอจะคิดและทำได้แล้วไม่เป็นผล สิ่งที่ผลเลือกจะทำต่อไปก็คือ การซื้อ CMU ใหม่ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะมันคือของมือสองครับ
ผมหาข้อมูลในebayและได้พบว่ามีCMUมือสองขาย ซึ่งลองดูversion FWจากลาเบลที่แปะบนตัว CMU แล้วเป็นv55 ก็ค่อนข้างเป็นอะไรที่ต้องลุ้นพอสมควรว่ามันจะใช้งานได้รึเปล่า

ผมสั่งซื้อไปตอนสิ้นเดือนมี.ค.18 และคากว่าของมาถึงช่วงๆ สงกรานต์พอดี คิดไว้ว่าถ้าได้ของมาแล้วเปลี่ยนดูแล้วเกิดใช้ได้ ก็คงได้ใช้ฟังเพลงตอนขับรถกลับบ้านต่างจังหวัด ::) แต่มีปัญหาเรื่องการจัดสั่งนิดหน่อย กว่าจะได้ของจริงก็ปาเข้าไปหลังสงกรานต์แล้ว  :-[

หลังจากของมาถึงผมก็ลองติดตั้งกลับรถดู ระบบสามารถทำงานได้ปกติ  เราได้ MZD connect กลับมาใช้งานแล้ว (แม้จะไม่ใช่เครื่องเดิม)  :emo_090:
เมื่อ CMU ตัวใหม่สามารถใช้งานได้ผมก็ทำการอัพ FW ไปเป็น v56 ทันทีทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ไม่มีติดขัดและผมก็ได้ลง AIO สมใจในที่สุด ผมใช้งานด้วย FW เวอร์ชั่นนั้นมาจนถึงเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีความคิดที่จะไปติด Apple carplay ซึ่งต้องอัพ FW ขึ้นไปเป็น 70.00.100 ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทำv56 ผ่านมาแล้ว แต่กลับไม่เป็นงั้น
เพราะความใจร้อนของผม หลังเลิกงานผมได้ทำการติดตั้ง fail-safe ซึ่งก็ติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยดี แต่ยังไม่ทันได้ติดตั้ง reinstall ผมจำเป็นต้องติดเครื่องและขับเพื่อเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน หลังกลับถึงบ้านผมจะติดตั้ง reinstall แต่เมื่อเปิดสวิตช์ก็พบว่าหนา้จอดำมันกลับมาอีกแล้วครับ  :o

Tags: FW update