ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ลามิน่าฟิลม์ CTX
Dhipaya_mazda2_02
LP TTS Aeropart
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: พื้นฐาน ประกันภัยรถยนต์ ที่ผู้ทำประกันรถควรรู้ ไม่ได้ขายของนะครับ!  (อ่าน 77 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mazda2NAJA

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 26831
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: วิชัย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
ผมเป็นพนักงานบริษัทประกันภัยรถยนต์ คนหนึ่ง
แต่วันนี้ไม่ได้มาขายของนะครับ
จะมาให้ความรู้กับเพื่อน ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการทำประกันภัยรถยนต์

เนื่องจากผมเองนั้นอยู่ในแวดวง ประกันภัยรถยนต์ มานาน
จึงมักจะเห็น ผู้ทำประกันรถยนต์ จำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง
ของการทำประกันภัยรถยนต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

เลยทำให้ผู้ทำประกันรถยนต์บางราย
- จ่ายเบี้ยประกันราคาแพงเกินความจริง
-เลือกประเภทประกันไม่เหมาะสม
-ไม่รู้ว่าประเภทประกันรถที่ตนเองเลือกคุ้มครองอะไรบ้าง

พร้อมกับเวลามีปัญหาจอนเกิดอุบัติเหตุจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงหรือเตรียมอะไรบ้าง
วันนี้ผมจึงจะขอมาเล่าให้ฟังครับถ้าใครสงสัยอะไรก็สามารถมาถามในคอมเม้นได้เลย

สำหรับเรื่อง ประกันภัยรถยนต์ ที่เราจะพูดจะอยู่ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนะครับ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท นั้นคือ ประกันชั้น 1 2+ 3+ และ3

ประกันรถยนต์ชั้น1
เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดและมีเบี้ยประกันสูงที่สุด เช่นกัน
ให้ความคุ้มครองหลักดังนี้
- ค่าซ่อมรถยนต์ค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี
- ค่าซ่อมรถยนต์ค่ารักษาพยาบาลของบุคคลภายในรถ
- รถยนต์สูญหาย
- รถยนต์ไฟไหม้

จุดเด่นของ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 อยู่ที่สามารถเคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี เฉพาะส่วนที่เราสามารถระบุได้ชัดเจนนะครับว่าเกิดจากอะไร
ส่วนนี้จะค่อนข้างยุ่งยากสักนิด อยู่ที่การเล่าของผู้ขอเคลม เพราะมีบางกรณีก็เรียกเก็บ ค่า Excess เหมือนกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 2+
เป็นประกันภัยรถยนต์ที่คล้ายประกันชั้น1 มากที่สุด
แต่ว่ามีเงื่อนไขเพิ่มเติมในกรณี ซ่อมรถยนต์ของเรา
นั้นคือจะซ่อมรถของเราได้ในเฉพาะมีคู่กรณีเท่านั้นและการชนจะต้องเกิดจากการชนกับ ยานพาหนะทางบกที่มีเครื่องยนต์ ส่วนความคุ้มครองอื่น ๆ นั้นคล้ายกันหมด สรุปได้ดังนี้
ซ่อมเขา + ซ่อมเรา (รถชนรถ) + ไฟไหม้ + รถหาย
ถ้าใครมีความชำนาญในการขับรถระดับนึง
เลือกตัวนี้จะสามารถ save ค่าเบี้ยประกันไปได้เยอะมาก

ประกันรถยนต์ชั้น3+
ซ่อมรถเราคล้าย ๆ กับประกันชั้น2+ แต่ว่าไม่มีความคุ้มครอง รถหาย และ ไฟไหม้
ถ้าเป็นผู้ขับรถที่มีการป้องรถหายอย่างดีไม่จอดในที่ลับตา รถไม่ได้ติดแก๊ส ก็เลือกประกันชั้น3+ ก็ได้ครับ ค่าเบี้ยถูกมาก

ประกันชั้น 3
เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ค่อยครอบคลุมคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก ส่วนตัวเรานั้นซ่อมเองทั้งหมด เบี้ยประกันตัวนี้ถูกมาก ๆ
เหมาะสำหรับคนมีรถเก่าคนหรือรถที่ไม่ค่อยได้ใช้

ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 2+ 3+ หรือ3 ก่อนจะซื้อประกัน
ผมแนะนำให้ลองเช็คเบี้ยประกันกับบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยดูก่อนนะครับ
เพื่อให้เราสามารถเปรียบเทียบ เบี้ยประกัน ทุนประกัน ขอบเขตการคุ้มครอง
ได้ในทันที่มากกว่า 30 บริษัทแล้วเพื่อน ๆจะได้ประกันรถที่ตรงต่อความต้องการแน่นอน

สำหรับเรื่องของการขอเคลมนั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทนั้นคือ เคลมสด และเคลมแห้ง

เคลมสด
เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเรียกพนักงานไปที่เกิดเหตุพร้อมออกใบเคลมทันที
เอกสารที่ต้องเตรียมระหว่างรอพนักงานประกันมามีดังนี้
- เลขกรมธรรม์
- ทะเบียนรถ
- ใบขับขี่
เมื่อได้ใบเคลมแล้วก็นำไปยื่นกับ อู่ซ่อม หรือ ศูนย์ซ่อม ที่ได้ตกลงเลือกไว้เพื่อขอเคลม พร้อมยื่นเอกสารดังต่อไปนี้
- ใบเคลม
- ใบขับขี่พร้อมสำเนา
- กรมธรรม์รถ
- สำเนาทะเบียนรถ
เพียงเท่านี้เราก็สามารถขอเคลมรถได้แล้วครับ

เคลมแห้ง
การขอเคลมที่เวลาผ่านมานานแล้ว เช่น รถมี รอยถลอกนิดหน่อย จากการขูดกับฟุตบาท ต่อมาจึงไปขอออกใบเคลม ณ ศูนย์ซ่อม
เอกสารที่ต้องใช้มี กรมธรรม์ สำเนาทะเบียนรถ สำเนาใบขับขี่
การขอเคลมแห้งที่ดีเราควรจะโทรไปแจ้งเขาก่อนนะครับเมื่อเกิดเหตุ แล้วบอกว่าจะเข้าไปขอเคลมวันหลัง


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!