ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ลามิน่าฟิลม์ CTX
Dhipaya_mazda2_02
LP TTS Aeropart
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: แชร์ประสบการณ์อุด EGR Mazda2 1.5D 2017 และสาระรู้ไว้ไม่เสียหาย  (อ่าน 11557 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

Wulkure :  ได้ เยี่ยมเลย . ถ้าคุณมีซอฟแวร์ที่จะขายผม บอกผมได้เลยนะ. ผมกดไลค์เฟสบุ้คเพจคุณแล้วนะ .  (เป็นไงมีกดไลค์ซื้อใจสักหน่อย อิอิ)
Dean :  เรามีซอฟแวร์ แต่ Hardware ที่จะอ่านเขียน ECU เนี่ย ผมต้องเช็คดูก่อน.
(Mr.Dean นี่ก็พยายามจะหามาเสนอผมให้ได้นะ ผมประทับใจเขาเลย 55)
Wulkure : ขอบคุณที่ช่วยนะ. ถ้าผมซื้อซอฟแวร์จากคุณเนี่ย คุณจะมีการแนะนำหรือสอนวิธีการใช้ด้วยมั้ย ?
Dean :  ไม่มีปัญหา. แต่ผมขอเช็คก่อนแปปนึง ขออัพเดทระบบของผมก่อนเพื่อดูว่าอุปกรณ์ไหนบ้างที่จะใช้ได้กับรถคุณ. (เขาเสริมต่อจากคำถามผมเรื่องให้สอนใช้)  ได้สิ แน่นอนอยู่แล้ว.
Wulkure :  ขอบคุณครับ. สำนักงานใหญ่คุณอยู่ที่ไหนหรอ ? ประเทศอะไร ? (เพราะผมเห็นในเว็บเขามีสาขาหลายที่อยู่นะ)
Dean :  อยู่ในอังกฤษ
Wulkure : โอ้ เยี่ยมเลย. อีกหนึ่งคำถามสิ. ถ้าผมอุด EGR เนี่ยผมจำเป็นต้องจูนมั้ย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ? (อันนี้ผมก็หลอกถามเขาอีก 555)
Dean :  ไม่ต้องจูนก็ได้ . คุณปิด EGR อย่างเดียวก้ได้ถ้าคุณต้องการ

แสดงว่า Dean เขาก็มองว่าไม่ต้องจูนก็ได้แค่ปิด EGR ลบโค๊ดอย่างเดียวก็ได้ (นี่แหละครับในบ้านเราถึงมีการอุด EGR ในราคา 1-3พัน แต่ส่วนใหญ่เขาจะใช้คำว่าจูนปิดให้ดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก  การจูนนิ่งเครื่องยนต์ยากจริงครับต้องมีความชำนาญ และเข้าใจ จึงมีราคา แต่ถ้าใครบอกว่าอุด EGR  แล้วจูนปิดระบบ ในราคาประมาณนั้นให้ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนครับ)


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Wulkure : เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ. ผมดีใจที่ได้คุยกับคุณ.คุณชื่ออะไรหรอ
Dean : ผมชื่อ ดีน . โอเคผมเช็คละ รถคุณไม่อยู่ในลิสต์ของผมอะสำหรับอุปกรณ์นี้
Wulkure : ยินดีที่ได้รู้จักนะ
Dean : ไม่เป็นไรเรามีอุปกรณ์อื่นอีก ซึ่งสามารถใช้กับรถได้หลายรุ่น (ฮ่าๆ โคตรพยายามอะบอกเลย)
Wulkure : แต่ผมคิดว่ามันก็ใช้ Protocol CAN เหมือนกันนิ ?
Dean : เรามี Kess V2 ซึ่งมันราคา 1500ปอนด์ แถมไฟล์จูนนิ่งสำเร็จรูป 5 ไฟล์ ใช้ได้เลย (1500ปอนด์ ประมาณ 65000บาท โคตรแพง ร้องเจี้ยกเลย 555 แต่มองในอีกแง่คือคุ้มครับถ้าใช้หากินซื้อครั้งเดียว ส่วนใหญ่ถ้าชุดมืออาชีพก็ราคาประมาณนี้หละ ผมไม่แนะนำให้โหลดพวกแจกฟรีมาใช้นะ อันตรายอยุ่เหมือนกัน)
Wulkure : ใช้ได้อยู่นะ  (บอกแบบราคายังจุกในอกอยู่ 55 ตอนแรกก็คิดว่าประมาณซื้อวินโด้วแท้ 55)
Dean : คุณทำแค่รถคุณคันเดียวหรอ ? เพราะว่าไอเจ้านี่มันทำได้หลายคันเลยนะไม่จำกัด.
(อย่างที่ผมบอกเขาจะขายคนที่เปิดร้านรับจูน พวกนักโมดิฟายนักซิ่ง ขายอู่รถยนต์ประมาณนั้น คือหากินได้ สิ่งที่เขาพยายามจะบอก)
Wulkure : มันเหมาะกับ มาสด้า2 ผมใช่มั้ย ? (ผมถามย้ำ)
Dean : ใช่มันใช้ได้ ผ่านทาง OBD port
Wulkure : คุณมีอีเมล์ติดต่อปะ
Dean :  dean@topgear.co.uk นี่อีเมล์ผม
Wulkure : โอเคเดียวผมจะไปโพสในกลุ่ม mazda2thailandclub

ติดตามตอนต่อไป
ใครสนใจก็ลองติดต่อคุณดีนไปได้นะ ถ้าสนใจ ราคาก็ตามนั้น 555

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ต่อจากตะกี้

Wulkure : ขอบคุณที่ช่วยนะ ดีน
Dean : ไม่มีปัญหา. มีอะไรที่ผมช่วยคุณได้อีกมั้ย ? (ตาดีนนี่สุดยอดจริงๆ)
Wulkure : อีกคำถามนึง ถ้าผมซื้อ software จากคุณแล้วเนี่ย คุณก็จะส่งลิงค์ดาวน์โหลดกับ license key ให้ผมใช่มั้ย ? (ผมถามต่อเพราะอยากรู้เหมือนกันถ้าเราจะซื้อเขาจะให้มายังไง)
Dean :  มันเป็น Hardware นะ คุณจะต้องส่ง software คุณมาให้ผมแก้ (ผมก็งงเลยตรงนี้ จริงๆคือมันเป็นอุปกรณ์เดียวมีรูปให้ดูหลังๆ ส่วนที่เขาต้องการให้เราส่งกลับไปคือ ให้เรา read ค่าจากโรงงานขึ้นมาจาก ECU แล้วส่งกลับไปให้เขาจูน ประมาณนั้น)
Wulkure : คุณพอจะมีรูปให้ผมดูมั้ย ?
Dean : ในวีดีโอมันเป็นแค่ Kess V2 นะ
Wulkure : ขอผมดูหน่อย
Dean : (เขาก็ส่งรูปอุปกรณ์ที่ว่ามาให้ดู)
Wulkure : โอ้ว ทั้งหมดนี่นะ 1500ปอนด์ ?
Dean : ใช่
Wulkure : รวมซอฟแวร์ด้วยปะ ?
Dean : รวมซอฟแวร์ด้วยใช้งานบน PC/Notebook สำหรับอ่านเขียน ECU.
แต่คุณจะต้องส่งไฟล์ของรถคุณมาให้ผมแก้ไข.

Wulkure : คุณหมายถึงไฟล์เดิมของโรงงานใช่มั้ย ?
Dean : ใช่ เราจะปรับแก้ให้คุณ . ใช่แล้วๆ
Wulkure : โอเค ผมเข้าใจละ. ขอบใจมาก ดีน.
Dean : ไม่มีปัญหา
Wulkure : เดียวผมจะไปบอกในกลุ่มของผม
Dean : โอเค

บทสนทนาเหมือนจะจบลงเท่านี้ แต่ยังมีต่อนะ ฮ่าๆ
ปล.รูปชุดเครื่องมือ 1500ปอนด์ก็ตามรูปเลยนะลงไว้ให้ละ ก็ถือว่าใช้หากินได้เลย ชุดใหญ่อยู่

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ที่ผมบอกดูเหมือนจะจบ แต่ผมลืมถามเขาเกี่ยวกับมุมมองของเขากับระบบ EGR  ผมเลยว่าจะหลอกถามเขาหน่อย ว่าเขาคิดยังไง  555:)

Wulkure : โทษที ดีน. ผมลืมอีกคำถามนึง. คุณคิดยังไงเกี่ยวกับผลที่จะได้รับจากระบบ EGR ถ้าเราไม่ปิดมัน.
Dean : ไอเสียจะไหลผ่านมัน (ตอบง่ายดีเนอะ มันก็ต้องไหลผ่านอยุ่แล้วปะวะดีน ถ้าไม่ปิด 555)
Wulkure : (ผมก็พยายามถามต่อ)  ผลกระทบกับเครื่องยนต์ เอาตามประสบการณ์ที่คุณเจออะ.
Dean : ถ้าจะยกเลิก EGR คุณต้องอุดมัน (ก็รู้แล้วแหละดีน สงสัยดีนคงเริ่มรำคาญถามเยอะจังไม่ซื้อของตรูเลย 555)
Wulkure : อ่าฮะ คุณเห็นด้วยมั้ยว่า EGR มันจะทำให้เขม่าเข้าไปในเครื่องยนต์ ?
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ?

Dean : ใช่แล้ว มันจะเอาไอเสียวนกลับมา (เหมือนตาดีนนี่ ขี้เกียจอธิบายไรเพิ่มละ 555)
Wulkure : โอเค  (ผมก็เลยตัดจบซะไม่อยากรบกวนเขาเยอะ)

หลังจากคุยกับดีน ก็ได้ข้อมูลมาประมาณนึง ซึ่งก็เป็นประโยชน์ดีครับ ลองอ่านเล่นๆขำๆดูครับ
ซึ่งผมขอขอบคุณ Mr.Dean แห่งสำนัก TOPGEAR TUNING เป็นอย่างมากมา ณ ที่นี้ครับ ที่ได้ช่วยแนะนำเป็นอย่างดี
http://www.topgear-tuning.com/
ถ้าหลอกถามใครได้อีกจะเอามาแชร์อีกละกันนะครับ เอ้ย  เรียกว่าสัมพาษณ์ดีกว่า 555:)

เดียวโพสต่อไปผมจะเอาหน้าตาซอฟแวร์ที่ใช้จูนรถมาให้ดู ว่ามันจะมีหน้าตาประมาณไหน  มีส่วนประกอบอะไรบ้าง แล้วการลบโค้ด EGR เขาลบตัวไหนยังไง อาจมีรีวิวพารามิเตอร์ที่ใช้จูนประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้ดูนิดๆ แต่ไม่ลงรายละเอียดเยอะเพราะผมจูนไม่เป็น เน้น EGR ละกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 ม.ค. 2018, 21:14:26 โดย Wulkure »

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หลังจากที่หลายท่านตามอ่านจนมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงพอจะเห็นภาพแล้วว่าการปิด EGR ลบ Code มันมีแนวทางยังไง
แต่เดียวผมจะมาเสริมต่อให้อีก คือตอนที่ผมศึกษาเรื่องการอุด EGR ตอนแรกเลยนั้นผมศึกษาแค่ข้อดีข้อเสีย พอผมศึกษาแล้วจึงไปอุด EGR โดยจ้างร้านนั่นแหละอุดให้
- แต่ทีนี้พอกลับมานั่งคิดดู อ่าว แล้วถ้าวันนึงศูนย์บริการเกิดไปลงโปรแกรมอะไรบางอย่าง หรือมีการรีเซ็ทกล่อง , restore to factory  แล้ว Check Engine Light (CEL) มันขึ้นโชว์อีกเนี่ยจะทำยังไง นั่นแสดงว่าผมต้องกลับไปหาคนที่ทำให้เพื่อแก้ไขให้ใหม่ จะติดต่อได้อยู่มั้ยก็ไม่รู้ เจ้าไหนจำเราได้ทำให้ฟรีเซอวิสตลอดชีพก็ดีไป แต่ถ้าเจ้าไหนเกิดชาร์จเราอีกรอบหละ ? อันนี้ก็เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหัวผม  ถ้าใครไปจูนรถหรือแก้ไขอะไรกล่อง ถ้าศูนย์รีเซ็ทค่าพารามิเตอร์ทุกอย่างจะกลับเป็นค่าที่เซ็ทมาจากโรงงาน เพราะฉะนั้นอะไรที่เราจูนมาก็หายหมด ต้องคิดถึงจุดนี้กันด้วยนะครับ คุยกับร้านที่ทำให้ดี แต่ผมจะมาบอกโพสบอกแนวทางและวิธีของผมเองละกัน  ซึ่งพอผมมีคำถามขึ้นในหัวผมถึงมาหาข้อมูลการอุด EGR ต่อ ว่าทำยังไง นอกจากอุดแล้ว ทำอย่างไรไม่ให้ไฟ CEL โชว์ ถ้าโชว์ขึ้นมาเราจะทำยังไงดี เพราะผมก็ขี้เกียจกลับไปหาคนที่ทำให้  นี่เป็นเหตุผลที่ผมหาข้อมูลเรื่องพวกนี้ต่อไป

- ทีนี้เรามาดูเวลาเราอุด EGR แล้ว Code ตัวไหนจะขึ้นบ้างเอาจากข้อมูลที่ผมมีนะ
เรามาทำความเข้าใจกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Code พวกนี้ก่อน
Diagnostic Trouble Codes (DTS) ,  fault codes  คนไทยเรียกไฟเอนจิ้น ไฟเครื่อง อะไรก็ตามแล้วแต่จะเรียกเนี่ย มันเหมือนเป็น Function Alarm และ Warning ที่ผู้ผลิตรถก็จะทำขึ้นมาเพื่อเป็นมาตรฐานให้กับรถทุกคันอยู่แล้ว พอไฟเตือนขึ้นเขาก็จะให้เข้าศูนย์บริการ ช่างก็จะมาเช็ค Code พอได้ Code มาเขาก็จะไปเปิด Manual เพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากอะไรแก้ยังไง เช็คตรงไหนเปลี่ยนอะไรถึงจะหาย อันนี้ก็คือคอนเซปคร่าวๆของไอไฟโชว์ตัวนี้

- ทีนี้มันก็จะมี Code มาตรฐานซึ่งจะเหมือนกันเกือบทุกค่าย เป็น Standard  โดย CODE จะนำหน้าด้วยตัวอักษร 1 หลักตามด้วยเลข 4 หลัก อันนี้ผมเอาแค่ Code มาตรฐานนะ เพราะมันจะมี Code อื่นๆอีกที่ไม่อยู่ในกลุ่มพวกนี้ ซึ่งอาจจะเป็น code ของผู้ผลิตแต่ละค่ายเอง ส่วนการอ่านความหมายของ Code แต่ละหลักก็ดูได้ตามรูปที่ผมโพสไว้(รูปแรก)

- ผมก็หาข้อมูลต่อว่า เวลาอุด EGR Code อะไรจะโชว์บ้าง ? ซึ่งระบบ EGR ระบบไอเสีย จะถูกจัดให้เป็นกลุ่ม Code Standard เลย ซึ่งเหมือนกันทุกค่าย คืออยู่ในกลุ่ม P04XX (ดูภาพประกอบ)  ซึ่งรถยุโรปรุ่นเก่าที่มี EGR บางคันอุดก็ไม่มีไฟโชว์ขึ้น เพราะไม่มีเซนเซอร์เช็ค แต่รถรุ่นใหม่มีใส่เซนเซอรไปด้วยเวลาอุดมันจะโชว์เตือน ที่จริงแล้วแนวคิดคือเขาทำมาเพื่อเช็คปัญหาเวลา EGR อุดตันหรือวาว์ลตัน แล้วให้ไปถอดทำความสะอาดเขาถึงใส่เซนเซอร์เช็คเอาไว้ แต่พอเราไปอุดEGR มันก็เหมือนมันตันไงมันก็เลยขึ้นโชว์ไปด้วยไง นี่หละคอนเซปแนวคิด

- พอเราอุด EGR Code ที่ต้องเจอแน่ๆคือ P0401
P0401 Exhaust Gas Recirculation Flow Insufficient Detected
การไหลของไอเสียวนกลับผิดปกติ  อันนี้ก็คือเป็น Code ที่ต้องเจอแน่จากข้อมูลที่ผมมี  แต่ถ้ามีการถอดวาว์ลออกด้วยก็จะมีขึ้นอีก ซึ่งเพื่อนๆสามารถเข้าไปดู Code ที่เกี่ยวกับ EGR ได้เดียวผมจะแปะลิ้งอ้างอิงไว้ให้ ซึ่งถ้าเราจัดการ Code ตัวนี้ได้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนวิธีจัดการเดียวผมจะโพสถัดไป
ซึ่งตอนนี้ผมก็กำลังทดลองทำกับรถคนที่รู้จัก ซึ่งถ้าเสร็จแล้วก็จะมารีวิวให้ในนี้แหละ
ส่วนแผ่นอุดผมกำลัง Draft ลง CAD ถ้าเสร็จแล้วจะมาแจก เพื่อนๆคนไหนอยากได้ก็สามารถปริ้นแบบไปตัดเองหรือจะถือแบบไปร้านกลึงเลยก็สะดวกดี ไว้เดียวมาอัพเดทครับ

อ้างอิง
Code Tables
https://www.obd-codes.com/p04-codes
เว็บนี้ดีนะครับ ถ้าใครมี OBD SCANER เช็คเอง แล้วเอา Code มาดูสาเหตุเบื้องต้นที่นี่ได้ เพราะอาจจะลดความตื่นตะหนกได้ ว่า Code นั้นแจ้งเตือนสาเหตุสำคัญความผิดปกติร้ายแรงระดับไหน ส่วนไหนของเครื่องยนต์และรถยนต์เรา เพราะหลายคนก็จะรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเวลาไอไฟนั่นมันขึ้น อันนี้ก็อาจจะช่วยได้บ้าง (ซึ่งผมซื้ออุปกรณ์พวกนี้มาหมดละ เดียวมีรีวิวให้หลังๆ ว่าซื้อมาทำไม ใช้ทำไรได้บ้าง อิอิ)
http://www.totalcardiagnostics.com/support/Knowledgebase/Article/View/21/0/genericmanufacturer-obd2-codes-and-their-meanings
https://www.outilsobdfacile.com/data-trouble-code-obd2.php?dtc=p0400-p0499

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ต่อจากโพสที่แล้ว

>>> https://www.youtube.com/watch?v=UOpJeS-5OK0 <<<
คลิปนี้เป็นคลิปในต่างประเทศ เขาอธิบายเกี่ยวกับ Code ที่ขึ้นหลังเอาระบบ EGR ออก ซึ่งเขาน่าจะถอดวาว์ลออกด้วย เป็นมาสด้าด้วยนะนั่น แต่ไม่ทราบรุ่น

 >>> https://www.youtube.com/watch?v=oqks3JYFE98  <<<
ส่วนอันนี้ก็มาจากต่างประเทศอีก เขาสอนอุด EGR Mazdaspeed 3 โดยใช้แผ่น จากนั้นก็สอนลบ Code Engine ในซอฟแวร์ (ข้ามไปดูตั้งแต่นาทีที่ 8 เป็นต้นไป เขาเข้าไป Disable Code P0401 โดยใช้ซอฟแวร์จูน จากนั้นโหลดลง ECU )

>>> https://www.youtube.com/watch?v=f42-0oMz7Ds <<<
อันนี้เป็นคลิปแนะนำการลบโค้ด เขาปิดระบบ EGR รถรุ่นไรไม่รู้เหมือนกันน่าจะเก่าละ จากนั้นใช้ OBD SCANNER รุ่นไหนไม่ทราบเหมือนกัน แต่มีฟังก์ชั่นลบโค้ด EGR มาให้เลย

>>> https://www.youtube.com/watch?v=bOnoJFiwDKw <<<
คลิปนี้เป็นการแนะนำว่าถ้า Code P0401 ขึ้นให้ทำยังไง ของรถรุ่นนึง ซึ่งเขาก็ไปเช็คโค้ดโดยใช้ OBD SCANNER แล้วเขาก็เข้าไปทำความสะอาดระบบ EGR ที่มันตันด้วยคราบเขม่า อย่างที่ผมเคยบอกจริงๆแล้วมันเป็นโค้ดสำหรับเช็คการอุดตันระบบ EGR

>>> https://www.youtube.com/watch?v=XgfT3kuY8lc <<<
คลิปนี้ก็เช่นกัน สอนทำความสะอาดระบบ EGR เวลามันตันแล้วมันจะขึ้นโค้ด P0401

>>> http://forums.tdiclub.com/showthread.php?t=319223 <<<
อันนี้เป็นลิงค์กระทู้ถามอันนึงจากบอร์ดต่างประเทศ
เขามาตั้งกระทู้ถามว่า ผมไปเอา EGR ออก แล้วไฟมันโชว์ทำไงดี
ก็มีคนเข้ามาแนะนำต่างๆมากมาย มีคนแนะนำว่า คุณก็จะอุ่นเครื่องนานกว่าปกติหน่อยนะ คุณสามารถลบโค้ดนั่นออกได้ด้วยโปรแกรมจูน


ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ต่อมาเรามาดูซอฟแวร์สำหรับ tuning กันบ้างว่าหน้าตาประมาณไหน ทำไรได้บ้าง แล้วปิด EGR ในซอฟแวร์เขาทำไง

ซึ่งซอฟแวร์ตัวนี้ผมเจอในต่างประเทศ (แต่ขออุบไว้ก่อนว่ามาจากสำนักไหน อิอิ) ผมก็เลยลองโหลด Demo มาเล่นดูซึ่งหน้าตา Interface ของโปรแกรมค่อนข้างดี แล้วก็การใช้งานไม่ยุ่งยากเท่าไร โดยซอฟแวร์ตัวนี้ทำมาสำหรับรถค่ายมาสด้าโดยเฉพาะซึ่งมีทุก Model ที่วางขายในยุโรปแต่ไม่มี มาสด้า 2 เศร้าเลย  :emo_008: เสียดายมากๆ แต่มี CX-5 ซึ่งถ้าใครซื้อมาก็ใช้ได้เลย

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เมื่อเปิดซอฟแวร์ขึ้นมาก็จะเข้ามาที่หน้าแรกของโปรแกรมคือหน้า HOME
ซึ่งเป็นหน้าที่บอกรายละเอียดของซอฟแวร์ Backup File จาก ECU
หรือสั่งรีเซ็ท ECU คืนค่าเดิมโรงงานได้

อย่างที่ผมบอกถ้าเราได้ซอฟแวร์ที่ซัพพอทกับรถที่เรามี เขาก็จะมีดาต้าเบสค่าต่างๆของตัวรถเก็บไว้ในซอฟแวร์ เพื่อรองรับการรีเซ็ทการปรับจูน เซ็ทอะไรไปบ้างไม่รู้ แต่สามารถคืนค่าเดิมได้ ถ้าใช้ซอฟแวร์ที่มันไม่ซัพพอทพอรีเซ็ทมันอาจจะไม่ได้ค่าเดิมคืนก็ได้เพราะซอฟแวร์ไม่มีดาต้าเบสข้อมูลของรถนั้นๆ

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถัดมาก็จะเป็นส่วนของการจูน TUNES
ซึ่งส่วนนี้หละที่เป็นการปรับตั้งค่าแก้ไขค่าพารามิเตอร์ต่างๆของ ECU เราลงไปใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆของเครื่องยนต์ แต่ละสำนักก็จะมีสูตรใครสูตรมัน ซึ่งผมก็จะเอามาให้ดูกันคร่าวๆ ถ้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกมาก่อน ไม่มีประสบการณ์ ก็อย่าไปยุ่งกับมันเลย ฮ่าๆ จ้างร้านเอา หรือถ้าใครบ้านรวย มีเครื่องยนต์ มีรถทดลองก็ลองดูครับ

   ซึ่งจากรูปแรกเราก็จะเห็นว่าพอเข้ามาเขาก็จะมีไฟล์จูนสำเร็จรูปมาให้เราบางส่วน เกี่ยวกับการจูนน้ำมัน ซึ่งเขาก็ปรับค่าต่างๆมาให้เราแล้วเราก็แค่มาโหลดลงไป แล้วก็มีไฟล์สำเร็จรูปต่างๆมากมายเพื่อตอบสนองการใช้งานต่างๆ เราก็สามารถเลือกตามความต้องการเราได้เลย

   หรือเราจะสร้างไฟล์จูนใหม่สำหรับเราเองก็ได้ สามารถ customize เองได้ ก็กด New ไปเลยสร้างไฟล์ใหม่ พอกดเข้ามาก็จะมีเมนูต่างๆมากมายซึ่งจะแบ่งกรุ๊ปไว้ให้เราแล้ว เราอยากปรับไรก็เข้าไปแก้ไขเอา (ดูรูป2 แถบเมนูด้านซ้ายมือทั้งหลาย)  ผมก็จะยกตัวอย่างมาให้ดู แถบของ Absolute Limits ก็เป็นการปลดล้อกค่าต่างๆ เช่น Speed Limit ไม่ให้น้ำมันตัดก่อน หรือวาว์ลปีกผีเสื้อปิดก่อน  หรือจะเป็น RPM Limit ปลดล็อกรอบไม่ให้น้ำมันตัดก่อน เป็นต้น (ดูรูป 2และ 3)

   หรือจะเป็นการปรับบูสท์ ในแถบของ Boost Control (ดูรูปที่ 4) หรือจะเป็นการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ในแต่ละเกียร์ ในแถบของ Gear Ratio (รูปที่ 5) ก็จะได้ประสิทธิภาพการตอบสนองที่ดีขึ้นตามสูตรของแต่ละสำนัก
    ซึ่งยังมีอีกหลายค่ามากๆให้เราปรับแก้ไขได้ น้ำมันเอย องศาจุดระเบิดเอย เยอะแยะไปหมด แต่คนจูนก็ต้องมีความรู้และประสบการณ์ประมาณนึง ไปปรับมั่วรถเราก็อาจไปสวรรค์ได้ ฮ่าๆ ผมแค่เอามาให้ดูเล่นๆเฉยๆ เอาไว้ศึกษาคอนเซปของซอฟแวร์จูนที่เขาใช้ๆกัน ผมเองจูนไม่เป็นหรอก ไม่มีความรู้ อิอิ

   พอเราปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ของเราเองเสร็จแล้ว เราก็สามารถเซฟตั้งชื่อเก็บไว้เป็นไฟล์ของเราเองได้ จากนั้นก็ทำการ Flash ลงไปใน ECU ซะ จบปิ้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ม.ค. 2018, 22:34:19 โดย Wulkure »

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถัดมาเป็นส่วน Dashboard
ก็เป็นส่วนเอาไว้ดูค่าพารามิเตอร์ต่างๆ แบบ Realtime ซึ่งเราสามารถเลือกดึงค่าต่างๆจากแถบด้านซ้ายมือมาโชว์ได้ และสามารถล็อกกิ้งค่าเก็บไว้ด้วยได้
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นร้านจูนเขาใช้เวลาเขาขับจูน เขาก็จะดูค่าพวกนี้ไปด้วย บางซอฟแวร์ก็ดูเป็นกราฟได้ในส่วนนี้ ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่พอใจก็ปรับตั้งค่าแล้วก็ดูกราฟการตอบสนองใหม่ ทำไปเรื่อยๆจนได้ผลที่พอใจ แต่ร้านที่มืออาชีพหน่อยเขาก็วัดก่อนขึ้นไดโน่ก่อนทีนึง จูนเสร็จก็จับขึ้นไดโน่อีกที

ถัดมาก็เป็นส่วนของ Logs (รูปที่2)  ก็จะเก็บค่าที่บันทึกมาจาก Dashboard เมื่อตะกี้ แล้ว Plot โชว์เป็นกราฟเลย จูนเนอร์ทั้งหลายก็จะดูกราฟการตอบสนองตรงนี้ได้ง่าย สามารถ Export ออกเป็น CSV ไฟล์ได้เลย เพื่อเปิดใน Excel ได้อีกด้วย

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ส่วนสุดท้ายจะเป็น DTCs (Diagnostic Trouble Codes)
ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการอ่าน Codes ที่ขึ้นอยู่ ถ้าไม่มีไฟเอนจิ้น มันก็ไม่เจออะไร
ถ้าเจอมันก็จะขึ้นแบบในรูปตัวอย่างของผมนี้ ก็ขึ้น P0401 ก็คือ Code ของระบบ EGR ที่ผมเคยได้อธิบายไปแล้ว เราสามารถกดที่ web search มันก็จะลิ้งไปเข้าเว็บที่จะอธิบายเกี่ยวกับ สาเหตุที่เกิดและการแก้ปัญหาโค้ดนี้
ถ้าเรากด Clear Codes โค้ดนี้ก็จะหายไปและไฟเอนจิ้นรถเราก็จะดับไป แค่นี้หละง่ายๆ ฮ่าๆ ซึ่งใน OBD SCANNER ทั่วไปมันก็มีมาให้อยู่ละไอฟังก์ชั่นนี้ มีมาแทบทุกเครื่อง

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทีนี้เรามาดูว่าเวลาเขาปิดระบบ EGR ไม่ให้ไฟโชว์ ที่เขาเรียกจูนปิดๆเนี่ย มันทำยังไง แต่จริงๆมันก็ไม่ได้เรียกว่าจูนปิดอะไรหรอกแต่บางที่ชอบเอาไปเรียกให้ดูโปร แต่ถ้าจูนพารามิเตอร์ก็อีกเรื่องนึงนะ  ซึ่งไอการลบโค้ดในโพสที่แล้วก็สามารถ ลบไฟเอนจิ้นที่เกิดจากการอุด EGR ได้เหมือนกัน แต่บางครั้งบางทีมันก็อาจโชว์ขึ้นมาอีก

   แต่ซอฟแวร์ส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชั่น Disabled DTCs  (รูปแรก) ซึ่งมันจะปิดโค้ดนั้นถาวรไปเลย ถ้าไม่รีเซ็ทกล่องคืนค่าโรงงานนะ เราสามารถเลือกได้ว่าจะไม่ให้รถเราโชว์ไฟเอนจิ้นจากสาเหตุใดได้บ้าง

   พอเรากดเข้ามามันก็จะมีฟังก์ชั่นสำเร็จให้เราเลือกปิดได้เลย (รูปที่2) ซึ่งจากภาพเขามีให้ติ้กเลือกเลยว่าคุณปิดหรือเอา EGR ออก ก็ติ้กเลือกเลยตัวโปรแกรมมันก็จะปิดโค้ดที่เกี่ยวกับระบบ EGR ออกให้เลย ส่วนข้อแรกน่าจะเป็นเกี่ยวกับการตัด CAT DPF อะไรพวกนั้น หรือถ้าเราอยากจะเลือกปิดโค้ดบางอย่างเพิ่มเติมก็กด Advanced ไป

   พอกดปุ่ม Advanced มาก็จะแสดงรายการของ Codes ทั้งหมด (รูปที่3) ที่เราสามารถเลือกปิดไม่ให้มันโชว์ไฟเอนจิ้นได้  ซึ่งก็จะมี Codes ต่างๆเต็มไปหมด หนึ่งในนั้นคือ P0401 เราสามารถติ้กเพื่อ Disable โค้ดนี้ได้ หรือจะเลือกปิดตัวอื่นอีกเพิ่มเติม ซึ่งในรูปที่2 ถ้าเราติ้ก Remove EGR มันก็จะมา Disable code นี้เหมือนกัน

หลายๆคนคงเข้าใจมากขึ้นนะครับว่าเขา ปิดไฟเอนจิ้น EGR ด้วยซอฟแวร์ทำกันยังไง มันก็จะประมาณนี้แหละ พอใช้ซอฟแวร์ใช้โน๊ตบุคมันก็จะดูโปรๆหน่อย มีความน่าเชื่อถือ คนมั่นใจก็ยอมที่จะจ่าย ต้องสังเกตกันหน่อยนะครับจะได้ไม่เจอบางเจ้าเขาฟันเอา ฮ่าๆ ถ้าใช้ OBD Scan มันก็จะดูธรรมดาไปหน่อยไง ได้เงินยาก อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ม.ค. 2018, 20:31:06 โดย Wulkure »

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หลังจากที่ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับการลบโค๊ดต่างๆแล้ว ผมจึงไปซื้ออุปกรณ์มา 3 ตัว
1. OBD2 SCANNER Ancel AD310 (รูปแรก)   ทำไมต้องซื้อตัวนี้เพื่ออะไร ? เป็นเหตุผลส่วนตัวผมเองนะ
ผมตั้งใจจะซื้อ OBD SCAN สักตัวราคาไม่แพงไว้ติดรถเพื่อ

- เช็ค Code Engine เวลาไปไหนไกลๆ หรือเวลาไฟเครื่องโชว์ผมจะใช้เจ้านี่หละ เช็คเองก่อนเลย จากนั้นไปหาสาเหตุเบื้องต้นจากเว็บที่ผมเคยได้โพสไว้ก่อนหน้าแล้ว ว่ามันมีสาเหตุมาจากส่วนใด เพื่อให้ตัวผมเองไม่ตื่นตระหนกไป แล้วก็สามารถประเมินได้ว่ารถเราจะสามารถขับต่อเพื่อไปศูนย์ได้มั้ย (กรณีเราไปต่างจังหวัดไกลๆแต่อยากเข้าศูนย์กรุงเทพ) หรือถ้าหนักเราสามารถที่จะแจ้ง Code เบื้องต้นให้ศูนย์ประเมินได้เลย เขาอาจจะมีฟีดแบคกลับมาเลยหรือประเมินสาเหตุช่วยเราได้ 

 - เอามาไว้ลบ Code ของระบบ EGR ฮ่าๆ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหลักที่ผมซื้อมาลอง ก็ลองกับรถคนที่รู้จักกันก่อน อิอิ ก็โอเคลบได้นะ (ติดไว้ก่อนเดียวมาทำรีวิวให้ทีหลัง)
*ข้อควรระวัง* Code อะไรที่ไม่รู้ก็อย่าไปลบมันหละ แค่ดูว่า Code อะไรขึ้นก็พอ ถ้าลบแล้วมันจะหายไปเลยบางทีช่างอาจยังไม่แก้สาเหตุไง เขาก็จะไม่รู้ไงถ้าเราลบไปเดียวมันจะมีผลระยะยาว เพราะผมก็ตั้งใจแค่เอามาลบ P0401 แค่นั้นแหละ

 - ทำไมถึงเลือกตัวนี้ ? ที่เลือกตัวนี้เพราะไปเจอรีวิวเยอะ และก็เว็บนี้ https://wiki.ezvid.com/best-obd2-scanners เขาจัดให้เป็น Top10 OBD Scanner 2017  ในยูทูปก็เห็นตัวนี้ฝรั่งใช้เยอะดีแหะ แล้วอีกอย่างเลย มันราคาไม่แพง ฟังก์ชั่นใช้งานไม่ยาก (เดียวมีรีวิวให้ดู) น่าจะถูกที่สุดในท็อป10นั้นนะที่ผมลองหาราคาดู ผมได้ตัวนี้มาในราคา 1100 บาทเอง อิอิ

2. Vgate iCar 3 Wi-Fi OBDII (รูปที่2)  ตัวนี้ผมชอบมากเลย เดียวมีรีวิวให้ครับ
เกริ่นก่อนมันเป็นตัว OBD2 ตัวนึงแหละแต่มันทำงานร่วมกับ Application บนสมาร์ทโฟน ซึ่งมีทั้งแบบ Wifi และ Bluetooth แต่ผมเลือกซื้อแบบ Wifi เพราะผมใช้บลูทูธสำหรับโทรศัพท์ด้วยมันมีการกวนสัญญาณกันเหมือนกัน ซึ่งมันก็เป็น Access Point ตัวนึงเลย คือเราเสียบที่ OBD Port ปั้บมันจะกระจาย Wifi ให้รอบๆเลย เราก็แค่เอา Smartphone ไปเชื่อมต่อในเน็ตเวิรค์เดียวกัน แล้วก็โหลดแอปมาซึ่งมีหลายแอปที่รองรับ เดียวผมอธิบายให้อีกที   ซื้อมาทำไมเพื่ออะไร ?
   - ผมต้องการตัวมอนิเตอร์ค่าต่างๆของรถครับ ซึ่ง OBD Scanner Ancel ที่ผมซื้อมานั้นมันไม่ตอบโจทย์ ถามว่า Ancel AD310 ดูค่าพารามิเตอร์ต่างๆแบบเรียลไทม์ได้มั้ย ? ตอบว่าได้ แต่ขณะเราขับเราอยากมอนิเตอร์เนี่ย เครื่องกับสายมันเกะกะไม่มีที่วางและ พะรุงพะรัง ซึ่งการลิ้งดาต้าต่างๆผ่าน Wifi มันจึงสะดวกกว่า Smartphone ก็วางไว้ที่วางโทรศัพท์ที่เราซื้อมา ไม่มีสายเกะกะมอนิเตอร์ได้ตลอด สามารถเหลือบมองได้ ยิ่งเป็น Tablet ยิ่งชัดเลย อิอิ
  - ต้องการล็อกกิ้งดาต้าทั้งหมดเก็บไว้ ผมตั้งใจไว้อยุ่แล้วว่าจะทำดาต้าเรคคอร์ดของรถเก็บไว้ เพื่อเป็นดาต้าเบสสำหรับรถตัวเองเวลาปกติค่าต่างๆอยู่ในระดับใด วันใดถ้าเครื่องสั่นหรือเกิดปัญหาผิดปกติอะไรสักอย่าง เราก็มาดูว่าค่าอะไรที่มันแตกต่างไปจากเดิมเกินปกติ เราก็พอจะวิเคราะห์ได้บ้าง หรืออาจจะให้ช่างศูนย์ดูก็ได้อาจจะเป็นข้อมูลที่สำคัญในอนาคตผมคิดว่าอย่างนั้นนะ ซึ่ง Application เกือบทุกตัวล็อกกิ้งค่าได้ครับ แต่ต้องเสียเงินซื้อ ถ้าฟรีจะดูได้แค่ค่าธรรมดาทั่วไป ซึ่งแอปมันก็ทำได้หลายอย่าง เดียวมาว่ากัน

  - ไม่มีเงินซื้อ Gauge เทห์ๆ 5555 Defi อะไรพวกนั้น และผมไม่อยากเดินสายตัดต่อหรือเจาะติดเซนเซอร์อะไรเพิ่มให้วุ่นวายรถด้วย เราก็ใช้ไอนี่หละแล้วหา App ที่ Dashboard สวยๆมาใช้เสียเงินซื้อมาซะ แต่ข้อเสียคือจอมันเล็ก ถ้าจอใหญ่หรือเป็น Tablet ก็จะเวิคอยู่ แต่มันคงเกะกะไม่มีที่วางมั้งสำหรับมาสด้า 2
ซึ่งไอ OBD Wifi , Bluetooth เนี่ยมันไม่ได้มีแค่ Vgate iCar นะครับ ยังมี KIWI, OBDLink, ELM327 อีกลองค้นหาดูครับใช้ได้เหมือนกันและ App รองรับหมดอุปกรณ์ที่ผมเอ่ยมาหมดเลย จะสะดวก Bluetooth หรือ Wifi ก็เอาตามสะดวก
ซึ่งเจ้าตัว V-Gate ผมได้มาในราคา 800 บาท ชอบและคุ้มนะลูกเล่นมันเยอะดี

3. ELM327 USB Interface (รูปที่3)  ตัวนี้ยังไม่มีรีวิวเพราะอยู่ในช่วงหาซอฟแวร์ครับ
อุปกรณ์ตัวนี้อธิบายง่ายๆเลยนะ เป็นตัวแปลงสัญญาณ OBD,CAN Protocol เป็น Serial USB ให้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์หรือแลปทอปได้  อีกฝั่งจะเป็น OBD Port อีกฝั่งนึงเป็น USB เสียบกับโน๊ตบุค
  - ซึ่งผมซื้อมาตั้งใจจะใช้งานกับโน๊ตบุคผมนี่หละ ซึ่งในเว็บของ ELM327 มันก็มีซอฟแวร์ให้โหลดฟรี ฟีเจอร์ของซอฟแวร์ก็เหมือนกับ OBD Scanner เป๊ะต่างแค่ใช้โน๊ตบุคในการอินเตอร์เฟส และราคาถูกกว่าเครื่อง OBD Scanner ผมซื้อมาในราคา 230 บาท  ซึ่งผมกำลังหาซอฟแวร์ใช้อยู่และต้องเป็นซอฟแวร์ที่ซัพพอท ELM327 ด้วย
   ผมไม่ชอบซอฟแวร์ที่เขาให้โหลดฟรีเฉยๆ ก็เลยลองหาๆอยู่ซอฟแวร์ที่อินเตอร์เฟสสวยๆ ซอฟแวร์จูนบางตัวสามารถใช้ ELM327 นี่ได้เหมือนกัน แต่ต้องซื้อซอฟแวร์ แต่ส่วนใหญ่แต่ละสำนักจะขายสาย Interface ของตัวเองมาพร้อมซอฟแวร์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ม.ค. 2018, 22:28:45 โดย Wulkure »

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เรามาดูตัวแรกว่าเจ้า Ancel AD310 ทำไรได้มั่ง
 - ผมก็แกะมันออกนั่งอ่านคู่มือสักนิด แล้วจัดการเสียบเข้าไปที่ OBD Port เลย ของมาสด้า2 จะอยู่ด้านใต้พวงมาลัย ใกล้กับที่เปิดฝาถังน้ำมันกับฝากระโปรงอะมันจะมี Port ขาวๆอยู่นั่นแหละ (ดูรูป1) เสียบให้ตรง ให้ถูกข้าง อย่าฝืนเดียวหัก

 - หลังจากเสียบเสร็จ OBD Scanner ของเราจะติดขึ้นมาเลยไม่ต้องใส่ถ่านเพราะมันเอาไฟเลี้ยงจากแบตในรถเรานั่นแหละ จอมันก็จะบอกให้เราสตาร์ทรถแล้วกดปุ่มอะไรก็ได้เพื่อเข้าเมนู ผมก็สตาร์รถเลยแล้วก็กดปุ่มไรสักปุ่มตามมันบอก (ดูรูป2)

 - มันก็จะเข้ามาหน้าเมนูหลัก ผมจะอธิบายเมนูที่ใช้งานละกันเพราะบางเมนูผมก็ไม่รู้ เอาที่ผมใช้หลักๆ
   Read Codes  อันนี้แหละที่เอาไว้ดู Code ไฟเครื่องที่มันขึ้นมา
   Erase Codes  อันนี้ก็เป็นเมนูสำหรับลบโค้ด ผมบอกแล้วผมเอามาลบแค่ EGR Code นั่นแหละ
   Live Data   อันนี้แหละเป็นเมนูสำหรับมอนิเตอร์ค่าต่างๆของรถเราแบบเรียลไทม์
   Vehicle Info  อันนี้เป็นเมนูสำหรับดูข้อมูลของตัวรถ
หลักๆผมก็ใช้แค่นี้แหละ
 

ออฟไลน์ Wulkure

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15343
  • กระทู้: 132
  • พลังน้ำใจ : 6
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: moshi
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ต่อมาพอเรากด Read Codes  มันก็จะมีให้เลือกระหว่าง Stored Codes กับ Pending Codes (รูปแรก)
   -  ซึ่งให้เราเลือก Stored Codes  จะเป็นโค้ดที่ทำให้ไฟเอนจิ้นแสดงอยู่  ส่วนไอ Pending Codes ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าโค้ดอะไรพยายามทำความเข้าใจอยู่รู้แล้วจะมาบอกทีหลังละกัน เอาเป็นว่าดูที่ Stored Code
   -  พอเรากดเข้ามาที่ Stored Codes ถ้ามีไฟเอนจิ้นขึ้นมันก็จะโชว์ว่าเป็น โค้ดอะไร ถ้าไม่มีมันก็จะขึ้นบอกว่า ไม่มี Code อะไรนะ(รูป2)

Tags: