ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
tisco2
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อเสนอพิเศษสำหรับชาว Mazda2 Thailand เลือกทำประกันภัยกับ Easy Insure  (อ่าน 16264 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

สิทธิประโยชน์ที่ควรจำ จากการทำประกันภัย

1. กรมธรรม์จะมีผลคุ้มครองหลังจากมีการชำระ ฉะนั้นเมื่อชำระไปแล้วควรจะเก็บใบเสร็จไว้ให้ดีๆ และการจ่ายสินไหมกรณีเกิด Total loss (รถเสียหายหนักต้องคืนซาก) ทางประกันจะให้เงินทุนประกันมากับเราแล้วเก็บซากไป หากเรายังติดผ่อนไฟแนนซ์เค้าจะให้เราเซ็นให้มอบเงินส่วนนี้ให้กับทางไฟแนนซ์

2. ในกรณีที่เกิดเหตุแล้วไม่มีคู่กรณีจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือเอ็กเซส (excess) เพียง 1,000 บาท(อันนี้บังคับเก็บ) เท่านั้น แต่หาเราเป็นฝ่ายผิดจะต้องจ่าย 2,000 - 6,000 บาท(อาจจะไม่มี) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเกี่ยวกับการตกลงจ่ายค่าส่วนแรกส่วน deductible แบบสมัครใจในการขนย้ายรถที่เสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุเพื่อไปซ่อมที่อู่ บริษัทประกันรถจะเป็นผู้จัดการเองทั้งหมดตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อมเสร็จ

3. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม ทางผู้เอาประกันสามารถที่จะเรียกร้องเป็นเงินตามราคาประเมินได้ เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเองได้

4. ในกรณีที่ขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันรถและรถของเราเองเป็น “ฝ่ายถูก” จะต้องทำการตรวจสอบกับบริษัทประกันรถว่าตามรายงานอุบัติเหตุนั้น รถของเราเป็นฝ่ายถูกจริงเหรอ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของเราเอง  แต่หากเป็นกรณีเราเป็นฝ่ายถูก หากรถต้องซ่อมนาน เราก็สามารถที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มระหว่างไม่มีรถใช้แน่นอน ดังนั้นอย่าลืม "เรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม" จากทางบริษัทประกันรถของคู่กรณีของเราด้วย

     ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่นำมาฝาก คือ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เรายังไม่เป็นที่แน่ใจว่าเรานั้นเป็นฝ่ายถูกหรือผิด   ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเซ็นต์ชื่อรับผิดในใบเคลม   ซึ่งในการตรวจสอบหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันรถและที่สำคัญห้ามหนีในกรณีที่ขับรถไปชนคน เพราะถ้าหนีจะเป็นเหตุให้เราติดคุกทันที  เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อเกิดเหตุก็ให้ทำการช่วยเหลือคนเจ็บให้เต็มที่ ทั้งนี้ควรจะมีการการถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานที่เกิดเหตุไว้ต่อสู้คดี บางครั้งโทษทางอาญาอาจจะลดเหลือเพียงแค่รอลงอาญา และตกลงค่าเสียหายกันตามสมควร   อย่างน้อยถ้าเราไม่ใช่คนเลวและบริสุทธิ์แล้วทางศาลก็จะพิจารณาจากความมีน้ำใจที่เราช่วยเหลือผู้อื่น คือ การแสดงความรับผิดชอบโดยการยอมรับความผิดนั้นเอง หากมีข้อมูลตรงไหนอยากสอบถามเพิ่มเติมส่วนตัวได้ที่ Line Id :Dissadol.s


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
การทำพรบ. นั้นเปรียบเสมือนการทำประกันภัยรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ประกันภัยภาคบังคับ หรือก็คือเป็นการทำประกันภัยที่ถูกบังคับโดยบทบัญญัติกฎหมาย หากไม่ทำจะมีโทษตามกฎหมาย ดังนี้ “เจ้าของรถต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยโดยประกันภัยไว้กับบริษัท (มาตรา 7 หรือมาตรา 9) โทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 37)”  โดยพรบ. จะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับตัวบุคคลทั้งภายใน และภายนอกรถ สูงสุดถึง 300,000 บาท อีกทั้งยังมีชดเชยให้ระหว่างการเข้ารักษาพยาบาลสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความเสียหายของตัวรถ อย่างเช่นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ดังนั้นเมื่อรวมแล้ว ท่านจะได้รับวงเงินคุ้มครองสูงสุด 304,000 บาท ต่อครั้ง หรือ ต่อ 1 เหตุการณ์ นั้นเองเบื้องต้นหากยังไม่มีการสรุปผลคดีว่าเป็นฝ่ายถูกหรือผิดผู้เสียชีวิตจะได้รับ35,000บาทครับจนกว่าจะมีการสรุปผลคดีได้ครับ
หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ LineID : Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมกันนะครับ :)
 
            หลายๆท่านที่ใช้รถและต้องการความสวยงามจึงนำรถไปตกแต่งเพิ่มเติม ท่านรู้หรือไม่ว่าหากทำการตกแต่งมาแล้วและท่านมีความประสงค์อยากจะทำประกันภัยรถยนต์ของตกแต่งบางตัวที่ท่านไปต่อเติมมาประกันบางที่ไม่คุ้มครองของตกแต่งบางตัวนะครับ เช่นพวกตัว X-BAR  ROLL-BAR หรือแม้แต่อุปกรณ์เคลือบแก้ว บางบริษัทประกันอาจจะไม่รับประกันเลยก็ได้ เพราะฉนั้นก่อนทุกท่านจะทำประกันภัยรถยนต์ควรจะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนก่อนว่าของตกแต่งที่ท่านซื้อมาใส่นั้นอยู่ในความรับประกันของตัวประกันที่ท่านทำไว้หรือไม่ เวลาเกิดเหตุท่านจะไม่ได้เสียประโยชน์ในส่วนตรงนี้ เรื่องอุปกรณ์ตกแต่งหากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติมว่าตัวไหนประกันคุ้มครองหรือไม่คุ้มครอง
ต้องการสอบถามสามารถติดต่อสอบถามผมได้โดยตรงที่  LIND ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบตอนนี้มีการเผาห้างที่เซ็นทรัลเวิร์ดประกันจะจ่ายมั๊ยนะ? ตอบได้เลยนะครับว่าจะจ่ายหรือไม่ก็ได้ เค้าเรียกว่าสินไหมกรุณา แล้วสินไหมกรุณามันคืออะไรกันนะ มีคำตอบในนี้ครับ
    สินไหมหรือสินไหมทดแทน คือ สิ่งที่บริษัทประกันภัย จะต้องจ่ายให้กับผู้เอาประกัน ในกรณีที่เกิดเหตุตามเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของเงิน หรือการซ่อมแซมให้กลับมาเหมือนกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด
   โดยค่าสินไหมทดแทนนั้น บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้กับ ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ หากมีค่าสินไหม อีกอย่างที่บริษัทประกันจะจ่าย หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเรียกว่า สินไหมกรุณาดังเช่นในกรณีเหตุการณ์วางเพลิงที่เซ็นทรัลเวิร์ด ซึ่งศาลมีการตัดสินว่าเป็นการก่อการร้าย ซึ่งโดยปกติแล้วประกันภัยจะไม่รับผิดชอบ หากเกิดความเสียหายที่เป็นวงกว้างและมีมูลค่ามากอีกทั้งยังต้องได้รับค่าชดเชยโดยเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเสียหายดังนั้น บริษัทประกันภัยจึงมีการจ่ายค่าสินไหมโดยเรียกว่า สินไหมกรุณาโดยจะมีหลักเกณฑ์ในการจ่าย ดังนี้
    1. ผู้เอาประกันภัยมีความสุจริตใจ
    2. ความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อผู้เอาประกันภัยนั้นต้องได้รับความช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เกิดต่อเนื่องอีก
    3. กรณีเป็นประกันภัยต่อต้องได้รับความเห็นชอบจาก reinsurer แล้ว
    4. สินไหมกรุณาเป็นการให้เปล่า การพิจารณาจ่ายสินไหมพิจารณาจากความเสียหายจริงแต่อาจจะไม่จ่ายเต็มจำนวน และไม่ใช่เหตุที่ไปฟ้องร้องได้
    สรุปแล้ว สินไหมกรุณา คือ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยที่บริษัทประกันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่าย อาจจะเกิดจากกรณีที่ผู้เอประกันภัยทำผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย หรือเหตุการณ์ที่เกิดนั้นประกันภัยไม่รับคุ้มครอง แต่บริษัทประกันภัยพิจารณาเพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเสียหายจากเหตุการณ์นั้น หากมีข้อมูลต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Line Id : Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รู้หรือไม่:: :( เคยไหมที่จู่ๆรถของท่านอาจมีความเสียหาย แต่ไม่รู้ตัวคู่กรณี ว่าเป้นใคร แล้วจะทำยังไงได้บ้าง หรือแจ้งเคลมได้ไหม วันนี้ผมจะแนะนำขั้นตอนครับ
1.แจ้งความลงบันทึกประจำวันก่อนครับ เพื่อเป็นลายลักษณ์อักษร ว่ารถคันนี้ถูกบุคคลอื่นทำให้รถเกิดความเสียหาย
2.หลังจากที่ได้ใบบันทึกแล้วให้ทำการแจ้งเคลมกับทางประกัน
3.แล้วนำใบบันทึกประจำวันกับใบเคลมไปยื่นที่ อู่หรือศูนย์ซ่อม ครับ
หมายเหตุ:ขั้นตอนที่แนะนำไป(ใช้ได้เฉพาะ ประกันประเภท1 เท่านั้น)หากเป็นประกันประเภทอื่นๆต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปตรวจจากกล้องวงจรปิดครับเพื่อที่จะเรียกคู่กรณีมารับผิดครับ จึงจะทำการแจ้งเคลมได้ครับ หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ขับรถตกหลุม ช่วงล่างกระแทกพื้นประกันคุ้มครองมั๊ยน้อ?

     ถ้าเราขับรถตกหลุมมีความเสียหายกับส่วนช่วงล่างของรถ พวกปีกนก เพลา คันชัก ฯลฯ เป็นต้น ช่วงล่างเหล่านี้ประกันชั้น1 คุ้มครองนะครับ ไม่ต้องห่วง แต่!!!!! จะมีเรื่องของค่าเสื่อมในการใช้งานมาเกี่ยวข้อง หมายถึงว่า ถ้ารถของเราอายุซัก5ปี อะไหล่ชิ้นคันชักอยู่ที่ 5000บาท(อันนี้สมมตินะครับ) ประกันอาจจะหักค่าเสื่อมซัก1500บาท ซึ่งจะคุ้มครองรถเราอยู่ที่ 3500 บาท ส่วนต่างเราต้องเป็นคนจ่ายร่วมกับประกันนะครับ แต่พอเอาเข้าจริงๆอาจจะไม่ได้หักแบบนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจประกันนะครับถ้ามีข้อมูลต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
จอดรถข้างทางเพื่อทำธุระ กลับมาถึงรถรถมีร่องรอยการถูกชนโดยที่ไม่ทราบคู่กรณีเคลมได้หรือไม่ ?  :-X

จำลองสถานะการณ์นะครับ

นายสองได้จอดรถไว้ข้างทางเพื่อจะไปทำธุระที่ธนาคาร  พอนายสองกลับมาถึงรถตัวรถของนายสองได้มีร่องรอยคล้ายโดนรถชนแต่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้จึงร้อนใจมากรีบโทรเข้าไปหาตัวแทนที่ขายประกันให้กับเค้า และได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ตัวแทนฟังตัวแทนได้ตอบกับนายสองไปว่า " คุณสองได้ทำประกันภัยรถยนต์ไว้เป็นประเภท 1 ในส่วนเรื่องการเคลมตรงนี้คุณสองไม่ต้องเป็นกังวลนะครับเพราะไม่ว่ายังไงก็เคลมได้ แต่ว่าคุณสองจะต้องจ่ายค่าเอ็คเซฟให้กับประกันนะครับคือ 1,000 บาทต่อหนึ่งเหตุการณ์เนื่องจากเหตุนี้ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้อย่างชัดเจน คุณสองเข้าใจนะครับ " นายสองได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจเพราะคิดว่าจะเคลมไม่ได้ ( ท้ายที่สุดนี้การเรียกเก็บค่าเอ็คเซฟของทางประกันเป็นข้อบังคับของทาง คปภ.นะครับซึ่งทุกประกันต้องทำตามเงื่อนไขนี้หมด ) ซึ่งถ้าใครสงสัยว่าค่าเอ็คเซฟ หรือค่า เงื่อนไข4ก. เข้าคิดยังไงและเอาอะไรตัดสิน ลองเลื่อนขึ้นไปดูบทความเก่าๆของผมซึ่งได้ลงไว้ให้แล้วครับ

สงสัยในเรื่องเงื่อนไขของกรมธรรม์สอบถามผมโดยตรงได้ที่ LINE ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 พลัส   เหมาะกับคนที่มีกำลังเงินน้อยที่จะต้องใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ แต่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ปกติ   เป็นคนที่ใช้รถยนต์คันเอาประกันน้อย หรือเป็นคนขับรถที่มีประสบการณ์มีความระมัดระวังและมีความเสี่ยงในการเกิดรถชนกับยานพาหนะทางบกน้อย  ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการโจรกรรมรถยนต์ หรือ น้ำท่วม ไฟไหม้เพราะประกันประ3พลัสจะไม่ให้ความคุ้มครอง สูญหาย,ไฟไหม้,น้ำท่วม และรถยนต์คันเอาประกันควรจะมีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป เนื่องจากบริษัทประกันภัยไม่รับประกันให้ แต่ต้องการความคุ้มครองเผื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
สรุปง่ายๆครับประกันชั้น 3พลัส จะคุ้มครองคันเอาประกันภัยต่อเมื่อเกิดอุบัตเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิด แต่ต้องมีคู่กรณี อยู่ที่เกิดเหตุอยู่ด้วยครับหากสงสัยติดต่อที่ LINE ID:Dissadol.s C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถมีความเสียหายจากการกลั่นแกล้งแจ้งเคลมได้หรือไม่???

     การกลั่นแกล้งคืออะไร พูดง่ายๆคือรถโดนกรีด ไม่ว่าจากเหรียญ คัตเตอร์ ฝาจีบขวดน้ำ ครับการเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องแก้ไขกันครับ มาพูดถึงการแจ้งเคลม เหตุแบบนี้ประกันเคลมครับ แต่!!!! เราต้องแจ้งความ นำบันทึกประจำวันไปแจ้งเคลมด้วยนะครับ แต่การเคลมในเหตุการณ์แบบนี้ถ้าเราไม่สามารถระบุตัวคนที่ทำได้ ประกันจะเรียกเก็บค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรก 1000 บาท เพราะเราไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ชัดเจน แต่ถ้าเรารู้ว่าคนไหนทำก็ให้แจ้งตำรวจและประกันได้เลยจะไม่ต้องเสียเงินในส่วนนี้ หวังว่าจะไม่มีสมาชิกท่านใดเจอเหตุการณ์แบบนี้นะครับ คงจะเสียอารมณ์น่าดูเลย ถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับประกันจะสอบถามเพิ่มเติมติดต่อผมได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
คำถามหลักๆสำหรับคนที่มีรถยนต์เก่าเกิน 10  ปีมักสงสัยกันว่า ทำประกันได้ไหม และ หากอยากทำ ประกันชั้น 1 จะทำได้ไหมวันนี้ easyinsure.co.th มีคำตอบและคำแนะนำดีๆมาบอกให้ฟังรับรองว่าใครที่ยังไม่เคยรู้จะได้รู้และศึกษาไว้เป็นแนวทางการทำ ประกันรถ ได้อย่างแน่นอน
รถยนต์เก่าเกิน 10 ก็ทำประกันชั้น 1 ได้แต่มีเงื่อนไข ??
หากคุณเป็นคนที่ไม่นิยมเปลี่ยนรถบ่อยๆหรือดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างดีใช้งานมานานเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์คู่ใจล่ะก็ คุณต้องสนใจสิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้ โดยส่วนใหญ่มักคิดกันว่าพออายุรถเข้าปีที่ 7 ก็ไม่สามารถทำ ประกันชั้น 1 ได้แล้วซึ่งไม่จริงเลย หากรถของคุณอยู่ในสภาพใช้งานได้ 100% เป็นรถยนต์ที่สามารถหาอะไหล่หรือหาอู่ซ่อมได้ง่ายๆ ไม่มีประวัติการเคลมที่เว่อร์เกินจริง มีประวัติการขับขี่ที่ดี และทำประกันกับบริษัทเดียวมาตลอดบอกเลยว่าต่อให้รถคุณมีอายุเกิน 10 ปีบริษัทที่คุณทำประกันภัยรถยนต์อยู่นั้นเขารับทำประกันชั้น 1 ให้คุณอย่างแน่นอน เพราะการทำประกันส่วนใหญ่จะดูจากรุ่นรถ ปีรถ ประวัติการเคลม และประวัติผู้ทำประกัน ดังนั้นหากคุณไม่ค่อยเปลี่ยนบริษัทประกันบ่อยๆ คุณทำประกันชั้น 1 ให้รถคู่ใจคุณได้แน่นอนหากท่านใดมีข้อสงใสติดต่อได้ที่ LINE ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
การเปลี่ยนประกันทุกปีมีผลหรือไม่ อย่างไร???

     เป็นคำถามที่หาคนตอบแบบตายตัวยากครับ เพราะการเปลี่ยนประกันมาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น การมีเคลมทำให้เบี้ยประกันเราปรับสูงขึ้นเพราะประวัติดีเราเสีย ถ้าเบี้ยประกันในปีต่ออายุสูงกว่าบริษัทประกันอื่นมากจนเรารู้สึกว่ารับไม่ได้เราก็เปลี่ยนประกันเถอะครับ อีกสาเหตุหลักๆก็เกิดจาการบริการของบริษัทประกันไม่ประทับใจ เช่น อาจจะมาถึงที่เกิดเหตุช้า เซอร์เวเยอร์ไม่สุภาพ เจ้าหน้าที่ไม่ให้คำปรึกษาที่ดี ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้บริการอยากเปลี่ยนประกัน แล้วจะเป็นอะไรมั๊ยกับการเปลี่ยนประกันบ่อยๆ ผลคือเราอาจจะต้องไปลุ้นกับประกันที่ใหม่ๆที่เราไปพบเจอ ว่าจะบริการดีหรือแย่กว่าประกันเดิมของเรามั๊ย ถ้าเรารู้สึกโอเคกับประกันปัจจุบันของเราแล้ว ถ้าราคาที่เสนอมาไม่สูงจนรับไม่ได้ผมว่าต่อกับประกันที่เดิมก็โอเคครับ ถ้ามีข้อสงสัยอื่นใดเพิ่มเติม ติดต่อผมโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หากท่านไม่รู้ว่าอยากจะทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี วันนี้ผมมีทางเลือกมาให้น่ะครับ hi hi

ประเภท1:คุ้มครองเกือบ100% ไม่ว่าจะชน   เคลม (แต่เคลมต้องไม่เข้าเงื่อนไข4ก.ไม่เช่นนั้นอาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรก) เรียกว่าคุ้มครองทั้ง เราและคู่กรณีรวมถึงค่ารักษาพยาบาลครับ
ประเภท2:ไม่สามารถแจ้งเคลมได้แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุจะคุ้มครองคู่กรณีแต่ไม่สามารถคุ้มครองคันเอาประกันภัยได้แต่จะคุ้มครองเรื่องสูญหาย:ไฟไหม้ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วยครับ
ประเภท2+:ไม่สามารถแจ้งเคลมได้แต่คุ้มครองทั้งเค้าและเราในกรณีที่มีคู่กรณี ณ ที่เกิดเหตุรวมถึงคุ้มครองสูญหาย:ไฟไหม้ และคุ้มครองค่ารักษาพยาลด้วยเช่นกัน
ประเภท3:ไม่สามารถแจ้งเคลมได้ และไม่คุ้มครองคันเอาประกันภัยทุกรณี แต่จะคุ้มครองคู่กณีรวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วยเช่นกัน
ประเภท3+:ไม่สามารถแจ้งเคลมได้ และจะคุ้มครองคันเอาประกันภัยต่อเมื่อ เกิดอุบัติเหตุและมีคู่กรณี ณ ที่เกิดเหตุ แต่ไม่คุ้มครองคันเอาประกันภัยเรื่อง สูญหาย:ไฟไหม้ ครับ
ดังนั้นหากจะทำประกันควรที่จะศึกษาประกันแต่ละประเภทให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยตกลงทำประกันครับ
หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID: Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เราจะเลือกประกันที่ไหนดี???

     วิธีการพิจารณาเลือกใช้ประกันนั้นจริงๆแล้วขึ้นอยู่กับตัวผู้เอาประกัน(ตัวเรานั้นเอง) ซึ่งหลักๆแล้วจะมีหลัการพิจารณาประมาณนี้
     1. งบประมาณ ซึ่งแต่ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกที่ราคาต่ำเท่านั้น ถ้าเรามีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ หลักๆผมจะแนะนำให้เลือกประกันที่มีความมั่นคง เช่นมีธนาคารเป็นหุ้นส่วน มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างนาน
     2. ความคุ้มครอง แต่ละบริษัทให้ความคุ้มครองมากน้อยไม่เหมือนกัน ควรพิจารณาจากจุดนี้ด้วยเช่นกัน
     3. แบรนด์ประกัน หลายๆท่านที่ใช้รถมานาน เปลี่ยนประกันมาหลายที่ ผมเชื่อว่าจะต้องมีที่ที่เราประทับใจ ถ้าเราไม่มีเงื่อนไขเรื่องงบประมาณแล้ว การเลือกใช้ประกันที่เราประทับใจผมว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆที่ผมนำเสนอ หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อผมได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เลือกแบบไหนดีกว่า...ระหว่างต่อประกันภัยรถยนต์กับที่เดิม
โดยเริ่มจากการต่อประกันรถที่เดิม  หากเลือกต่อประกับกับบริษัทเดิม   อย่างเช่นในกรณีที่เคลมรถแล้วต้องซ่อมนั้น  ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดหรือในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี  อาจจะต้องมอไปที่ความเสียหายหรือมูลค่าในการซ่อมจากการเคลมในแต่ละครั้งว่าทางบริษัทประกันรถจ่ายเงินค่าคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน  หากเคลมเล็กน้อยหรือไม่มีการเคลมเลย  ทางบริษัทก็อาจจะให้เรามีประวัติดี  20 เปอร์เซ็น  โดยประวัติดีสามารถที่จะนำมาเป็นส่วนลดในส่วนของเบี้ยประกันได้  แต่ในกรณีที่ที่เคลมบ่อยและในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมาก  อาจจะทำให้เรานั้นเสียประวัติหรือประวัติไม่ดีได้  จึงทำให้ในครั้งต่อไปในการต่อประกันจึงทำให้เบี้ยประกันนั้นแพง    ส่วนในกรณีที่มีประวัติดี  แต่รถนั้นมีรอย  ซึ่งหากในปีแรกทำประกันรถไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง  ไม่มีเคลมหรือบางครั้งก็ไม่ได้แจ้งเคลมกับทางบริษัท เพราะอยากจะมีประวัติดี  ถ้าหากต่อประกันกับทางบริษัทเดิมจะได้ประวัติดี และหลังจากที่ต่อประกันแล้วฉบับใหม่ให้ความคุ้มครอง   เราก็สามารถที่จะเคลม หากทำเช่นนี้ก็กลายเป็นว่าปีที่ 2 เรามีเคลม ส่งผลทำให้เบี้ยปีที่ 3 เราอาจจะมีประวัติดีเพียง 20 เปอร์เซ็นหรือบางครั้งอาจจะไม่เหลือประวัติดีเลย    ส่วนใครที่มีประวัติดี  รถสภาพดีก็สามารถต่อประกันที่เดิมก็ได้หรือจะต่อประกันรถกับที่ใหม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเราและราคาของเบี้ย และข้อมูลอื่นๆ ที่จะสามารถนำมาประกอบการพิจารณาด้วย
แต่หากเลือกต่อประกันรถที่ใหม่ หรือบริษัทใหม่ เมื่อเราทำการเคลมประกันและซ่อมรถยนต์กับทางบริษัทประกันรถที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย ก็อาจจะมองหาประกันที่ใหม่ได้เลย  โดยหลายๆ บริษัทในปัจจุบันให้ประวัติดีมาเลย 20  เปอร์เซ็นเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าทำประกันของตัวเอง  และหากภายในปีที่ 2 ไม่มีการเคลม มีประวัติดี   ก็สามารถต่อประกันปีที่ 3 จะกลายเป็นว่าได้รับ  30 เปอร์เซ็นส่งผลทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายถูกลงกว่าเดิมครับ หากสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9669
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำประกันอย่างไรไม่ให้โดนเอาเปรียบ....

     ซึ่งเมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันหลายๆเหตุการณ์หลายๆ ครั้ง   ด้วยความที่เจ้าของกรมธรรม์ที่มีความรู้แต่ก็ยังไม่เข้าใจในรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันและเงื่อนไขต่างๆที่ทางผู้เอาประกันได้ตกลงทำไว้  ซึ่งด้วยเหตุนี้เองจึงอาจทำให้หลายคนถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือเสียเปรียบจากทางบริษัทโดยที่ไม่รู้ตัวได้  เพราะฉะนั้นแล้วจึงจำเป็นที่ผู้เอาประกันจะต้องมีความรู้ มีสติ  ศึกษาให้รอบคอบก่อตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันรถเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถูกเอาเปรียบในภายหลังตามมา   
โดยสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาในการเลือกซื้อประกันรถ  ก็คือ  ลักษณะของประกันที่เราต้องการทำ ว่าเราต้องการกรมธรรม์แบบไหน  ให้ความคุ้มครองในแบบใดบ้างแล้วครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน  และที่สำคัญที่สุด  เมื่อซื้อประกันไปแล้วสามารถที่จ่ายเบี้ยประกันได้ โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเงิน  เพราะการเลือกจ่ายเบี้ยประกัน จะต้องสามารถจ่ายได้ตามที่ได้ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ มิเช่นนั้นการทำประกันครั้งนี้อาจสูญเปล่า และเสียผลประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิงก็ได้   
ต่อมาก็มาในการเลือกซื้อประกันรถที่ดีนั้นจะต้องเป็นการเลือกซื้อประกันจากตัวแทน หรือนายหน้าขายประกันที่มีใบอนุญาตอย่างชัดเจน ที่สำคัญจะต้องเป็นตัวแทนและนายหน้าที่สามารถให้ความรู้ในเรื่องของประกันภัยได้อย่างละเอียดและถูกต้อง  และโดยบางครั้งอาจจะตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเองผ่านบริษัทประกันอีกครั้งหนึ่งก็ได้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อผมโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

Tags: