ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Dhipaya_Mazda2_03
TTS Aeropart Tai
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

-->
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/Mazda2ThailandClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: เคลือบแก้วเซรามิก Albatros แบบทากึ่งพ่น Mazda2 Club  (อ่าน 19127 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

เคลือบแก้วแล้วแค่น้ำเปล่าก็ล้างสะอาดจริงหรือ



          คำโฆษณาอย่างหนึ่งของการทำ เคลือบแก้ว ก็คือ เรื่องของความสะดวกในการทำความสะอาด ซึ่งมีบ่อยครั้งที่ผู้สนใจจะได้ยินผู้ให้บริการ หรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว บอกว่า รถเคลือบแก้ว ล้างทำความสะอาดง่ายมาก แค่ใช้น้ำเปล่าก็สามารถล้างรถให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้ แต่… เรื่องนี้เป็นไปได้จริงๆ หรือ

 

          เหตุผลก็เพราะรถที่เราใช้งานทุกวันต้องเผชิญกับฝุ่นผง มลพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ นานา บนท้องถนนและการจอดกลางแจ้งอยู่ตลอดเวลา คราบเหล่านี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ของคนที่ล้างรถด้วยตัวเองว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เราจะสามารถทำความสะอาดชะล้างออกไปจากผิวรถได้ ต้องใช้แชมพูล้างรถ หรือสารทำความสะอาดเฉพาะอีกมากมาย เพื่อล้างเอาคราบสกปรกต่างๆ เหล่านั้นออกจากรถไปได้ รวมถึงการใช้ผ้าเช็ดถูซึ่งเป็นเรื่องที่เปลืองแรงสาหัสเอาการกว่ารถของเราจะกลับมาสะอาด แล้วการใช้แค่น้ำเปล่าๆ ล้างมันจะเป็นไปได้หรือที่จะทำให้ รถยนต์เคลือบแก้ว ของเรากลับมาเงางามเหมือนเดิมได้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเชื่อได้ยากเอาการ ว่าแค่การทำ เคลือบแก้ว จะสามารถมีประสิทธิภาพได้ขนาดนั้น และอาจจะเป็นไปได้ว่านี่เป็นแค่การโฆษณาเพื่อสร้างความสนใจเท่านั้น…

 

รถเคลือบแก้วล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดได้จริงหรือ

 

         เรื่องนี้ก่อนที่เราจะตอบคำถาม อยากขอให้ท่านที่สนใจโปรดชมคลิปด้านล่าง ซึ่งเป็นการถ่ายทำด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ ที่ไม่มีการตัดต่อหรือตกแต่งภาพมาแต่อย่างใดเสียก่อน… เป็นการล้างรถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว ด้วยน้ำเปล่าเพื่อให้เห็นจริงว่าทำได้หรือไม่

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=QI6J36mJX4c" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=QI6J36mJX4c</a>

จากภาพและเสียง ท่านคงได้เห็นไปแล้วว่า คำบอกเล่าที่ว่า “รถเคลือบแก้วแค่ใช้น้ำเปล่าล้างก็สะอาด” เป็นจริงได้หรือไม่ที่นี้เรามาดูกันต่อว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น…

 

สาเหตุที่ทำให้รถยนต์เคลือบแก้วล้างได้โดยใช้แค่น้ำเปล่าแล้วสะอาด

          เกิดจากปฏิกิริยาของสารใน น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพในด้านความลื่น ไม่ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต ที่ทำให้ฝุ่นไม่สามารถเกาะติดรถแน่นได้ มันจะปกคลุมอยู่เพียงชั้นผิวบนสุดเท่านั้น ไม่สามารถลงไปยึดกับผิวสีของรถได้ ดังนั้นเมื่อเวลาที่เราฉีดน้ำลงไป ดังที่เห็นในคลิป ฝุ่นก็จะถูกชะล้างออกไปจากผิวสีของรถได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องการล้าง รถเคลือบแก้ว ด้วยแชมพูล้างรถ และก็ไม่ได้มีการห้ามไม่ให้ทำการเคลือบแว็กซ์ซ้ำ เพียงแต่ว่าเจ้าของรถที่ไปใช้บริการ ควรสอบถามถึงผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการดูแลรถหลังทำการ เคลือบแก้ว ให้ชัดเจนเสียก่อน และที่สำคัญก็คือ ควรเข้ามารับบริการหลังการขายอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะมีรถที่สวยงามและทำความสะอาดได้ง่ายให้ใช้ไปได้อีกนาน…

ที่มา:
https://albatroscarcare.com/2016/12/20/glass-coating_040/


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Mazda2Thailand พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถป้ายแดงทำเคลือบแก้วทำไมต้องขัดก่อน



        ในกระบวนการทำ เคลือบแก้ว ท่านที่เคยไปใช้บริการมาแล้วย่อมทราบดีว่า ไม่ใช่มาถึงก็จะมีการทาหรือพ่น น้ำยาเคลือบแก้ว ลงบนพื้นผิวรถทันที ยังต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวให้มีความเรียบและพร้อมเสียก่อนที่เรียกกันว่าขั้นตอนการ เคลียร์ผิว ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก และในรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว การทำขั้นตอนนี้ทำให้รถมีความสว่างและขจัดริ้วรอย แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้สนใจสอบถามมาว่ากรณีที่เป็นรถใหม่ พึ่งออกมาจากโชว์รูม ยังต้องผ่านขั้นตอนนี้ด้วยหรือไม่

รถใหม่ป้ายแดงก็ต้องขัดเคลียร์ผิวก่อนทำเคลือบแก้ว

            เรื่องนี้เกิดจาก  มีคำถามจากลูกค้าที่เพิ่งซื้อรถ หรือกำลังจะซื้อรถว่า รถเพิ่งออกจากโชว์รูมมาหมาดๆ  หากต้องการนำมาทำ เคลือบแก้ว จำเป็นที่จะต้องขัดผิวก่อนหรือไม่   เหตุใดจึงไม่เริ่มลงมือทำ รถเคลือบแก้ว เลยทันที เนื่องจากรถใหม่สภาพสียังสมบูรณ์ และยังไม่มีริ้วรอยขูดขีดที่ผิว ทำไมยังต้องนำมาขัดก่อนอีก…

สำหรับเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเทคนิคเฉพาะในการทำ เคลือบแก้ว อย่างถูกวิธี แต่ก็มีบ้างที่ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว บางแห่งไม่ทราบขั้นตอนสำคัญนี้ จึงอาจจะนำรถใหม่ที่เพิ่งซื้อมา นำมาทำ เคลือบแก้วรถยนต์ เลยโดยที่ไม่มีการเตรียมพื้นผิวด้วยการขัด เคลียร์และเตรียมพื้นผิวเสียก่อน เพราะเห็นว่ารถใหม่ผิวมีความสมบูรณ์พร้อมไม่ต้องทำอะไรอีก เป็นผลให้คิดว่านี่เป็นงานง่ายๆ  สามารถที่จะคิดราคาถูกๆ ได้ แต่… ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น…

หากเรานำรถใหม่ที่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูม นำมาเข้าห้องทำ เคลือบแก้ว ที่มีแสงสว่างจากไฟในการทำงานเพื่อสำรวจพื้นผิวแล้ว สภาพความเป็นจริงจะปรากฏขึ้นมา มันจะมีริ้วรอยปัญหาฟ้องขึ้นมา ซึ่งทำให้เราเห็นได้ว่า รถใหม่นั้นก็หาได้มีสภาพสีสมบูรณ์พร้อมที่จะลง น้ำยาเคลือบแก้ว อย่างที่เราเข้าใจไม่ มันสามารถมีริ้วรอยความผิดปกติและรอยปัญหาที่เกิดจากมลภาวะ การทำงาน การขนส่ง และอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน ไม่สมบูรณ์เต็มเปอร์เซ็น ดังนั้นในการ เคลือบแก้วรถ เราจำเป็นที่จะต้องนำรถใหม่มาเข้ากระบวนการเตรียมผิว อย่างเต็มระบบเสียก่อนที่จะทำการเคลือบแก้ว


เหตุผลที่รถป้ายแดงต้องเคลียร์ผิวก่อนเคลือบแก้ว มี 2 ประการด้วยกันคือ

1.    ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนรถที่ออกจากโชว์รูม ไม่เหมาะในการเคลือบแก้วทันที
ผลิตภัณฑ์ที่ว่า นั่นแบบเป็นสองส่วนคือ น้ำยาขัดนั้นอาจเป็นสูตร oil base ซึ่งไม่นิยมมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการทำเคลือบแก้ว เนื่องจากวัตถุดิบหลักมีส่วนผสมของน้ำมัน รวมถึงการเคลือบ Wax เพื่อให้ดูเงางามมาก่อน นั่นอาจทำให้การลงน้ำยาเคลือบแก้วมีประสิทธิภาพได้ไม่ดีเพียงพอ ความคงทนต่อการชะล้างจะน้อยลง เป็นต้น เนื่องจากน้ำยาเคลือบแก้วที่ลงไปจะมีปฏิกิริยาในด้านการยึดเกาะกับสีรถได้ไม่ดีเพียงพอ เนื่องจากมีน้ำมันมาคั่นกลาง อายุการใช้งานในการรักษาความสะอาดตนเอง(Self Cleaning )ก็จะลดลงไปด้วยเช่นกัน

2.    พื้นผิวรถยนต์ยังไม่เงาใสเต็มที่
ไฟในห้องโชว์รูม มีเพียงไฟดาวน์ไลท์เฉดสีเดียว นั่นทำให้รถที่ถูกขัดชักเงามาจะดูสวยงามแล้ว แต่หากเรานำรถที่เพิ่งรับมอบจากโชว์รูมมาเข้าห้องขัด ที่มีไฟ 2เฉดสี วอร์ม และไวท์ตัดกัน จะเห็นร่องรอยมลภาวะได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการขัดส่งมอบรถนั้นมาอาจมีไฟทำงานไม่เพียงพอ หรือขัดไม่เต็มระบบ ดังนั้น เราจำเป็นต้องนำรถที่เพิ่งออกมาจากโชว์รูมมาเตรียมผิวเต็มระบบ หรือการขัดแบบ Show Car Program ซึ่งการเตรียมผิวลักษณะนี้ ช่างผู้ปฏิบัติจะต้องมีความชำนาญ และใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การเลือกศูนย์บริการเคลือบแก้วที่มีความเข้าใจในเรื่อง เคลือบแก้ว อย่างลึกซึ้งจึงเป็นส่วนสำคัญ ไม่เช่นนั้น เราอาจได้เคลือบแค่ความรู้สึก แต่อาจไม่ได้การปกป้องได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง เราอาจพลาดความเงางามอย่างเต็มที่ ที่รถเราควรจะได้จากการเตรียมผิวก่อนการทำเคลือบแก้วที่ถูกต้องอีกด้วย

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/21/glass-coating_041/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เคลือบ Wax อาจใสไม่แพ้เคลือบแก้ว แต่ไม่เหมือนกัน



           เชื่อว่าสำหรับคนที่มีความสนใจในเรื่องการทำ เคลือบแก้ว ส่วนใหญ่นิยมค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่เราควรหาข้อมูลเพื่อให้เข้าใจดีเสียก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ในการหาข้อมูลจะต้องเข้าใจประเด็นหลักให้ชัดเจนก่อน อย่างเช่น อาจจะพบข้อความความเห็นจำนวนไม่น้อยว่า รถเคลือบ Wax ก็มีความเงางามสวยได้ไม่แพ้ รถเคลือบแก้ว เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจจะจริง แต่… นั่นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนเดียวเท่านั้น

 

เคลือบ Wax เงาสวยไม่แก้ เคลือบแก้ว แต่แตกต่างกัน

 

          อาจจะเป็นความจริงที่ว่าหากเรามีการล้างและขัดเคลือบ Wax อยู่เสมอรถของเราก็จะมีความเงางามสวยใสได้ไม่แพ้รถที่ผ่านการ เคลือบแก้ว มาได้จริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติในด้านความเงางามสดใส เป็นเพียงคุณสมบัติส่วนหนึ่งของการทำ เคลือบแก้วรถยนต์ เท่านั้น มิหนำซ้ำ ยังเป็นเรื่องที่สามารถนำมาเทียบกันได้เฉพาะรถที่พึ่งล้างและลง Wax มาใหม่ๆ ซึ่งอาจจะสวยงามไม่แตกต่าง แต่… เมื่อเวลาผ่านไป รถที่เคลือบ Wax ย่อมสู้ไมได้ เนื่องจากคุณสมบัติในการเกาะติดพื้นผิวสีรถของ Wax อยู่ได้ไม่นาน หลุดหายไปได้ง่ายในเวลาไม่นานเท่านั้น แตกต่างจากชั้นฟิล์มของการทำ เคลือบแก้ว ที่ติดทนยาวนาน แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสีรถไปเลย และการเคลือบ  Wax รถจะหมดสวยได้ในเวลาแค่ 1 – 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่การ เคลือบแก้วรถ อยู่ได้นานกว่านั้นมาก

นอกจากสวยเงางาม เคลือบแก้ว ยังมีข้อดีอื่นที่เหนือกว่า

         นอกเหนือจากเรื่องของความเงางาม ที่เคลือบ Wax สามารถมีความสวยได้ใกล้เคียงกับการ เคลือบแก้ว ได้เพียงแค่ในช่วงแรกๆ ไม่กี่วันแล้ว คุณสมบัติในด้านอื่นๆ ของ รถเคลือบแก้ว ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เหนือกว่าอีก ไม่ว่าจะเป็นด้านของความแข็ง ที่สามารถลดความเสียหายหรือลดโอกาสในการเกิดริ้วรอยบนผิวสีรถได้เป็นอย่างดี และยังมีในเรื่องของความลื่น ที่ทำให้รถสกปรกยาก ทำความสะอาดง่าย ใช้เวลาน้อยใช้แรงน้อย ทำเองได้ง่ายๆ และที่สำคัญไม่ต้องทำบ่อยๆ
ดังนั้น หากเราจะเอาเพียงแค่เรื่องของความสวยงามเงามันจากการเคลือบ Wax มาเทียบกับการ เคลือบแก้ว ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ไม่ครอบคลุมชัดเจนในคุณสมบัติทั้งหมด อีกทั้งสามารถนำมาเทียบได้ในช่วงแรกๆ ของการเคลือบมาใหม่ๆ เท่านั้น ในระยะยาวออกไป ความสวยงามและการปกป้องไม่สามารถที่จะเทียบเท่าได้ แถมยังต้องทำบ่อยๆ หากต้องการให้สวยเงาแบบนั้นเสมอ หากทำเองก็เหนื่อยแรง หากไปจ้างก็เสียเงินบ่อย ซึ่งหากต้องทำบ่อยๆ การ เคลือบ Wax อาจจะมีราคารวมไม่ต่างจากการทำ เคลือบแก้วรถ เลยก็ได้เมื่อเอาระยะเวลาในการใช้งานมาเทียบกัน…

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/22/glass-coating_042/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ศูนย์บริการเคลือบแก้วที่ดีดูจากตรงไหน

          การทำ เคลือบแก้ว เป็นวิธีการในการดูแลสีรถได้ดีมากที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นการสร้างชั้น ฟิล์มใสที่มีความแข็งและลื่นปกป้องเคลือบสีแท้ของรถเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่การจะทำ เคลือบแก้วรถ ให้ได้ผลออกมาดี เราจำเป็นที่จะต้องเลือกผู้ให้บริการ หรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพก่อน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการบริการแต่ละที่อาจจะมีประสิทธิภาพในการทำที่ไม่เท่ากัน ทำให้ได้ผลของการปกป้องและความสวยงามที่ไม่เท่ากันด้วย แต่… เราจะสามารถเลือกศูนย์บริการอย่างไรจึงจะมั่นใจได้ว่า เป็นผู้ให้บริการที่ดี

ศูนย์ให้บริการเคลือบแก้วที่ดีดูได้จากตรงไหน

          สำหรับในขั้นตอนการเลือก ศูนย์บริการเคลือบแก้ว เพื่อให้ได้ผู้ให้บริการทำ เคลือบแก้ว ที่ดี เราสามารถดูได้จาก 3 เรื่องหลักๆ ก็คือ…

1.    มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำ เคลือบแก้ว เป็นอย่างดี เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากผู้ให้บริการขาดความเข้าใจแบบที่เรียกได้ว่ารู้จริงแล้วล่ะก็ ผลงานที่ได้ออกมาก็คงดีมีคุณภาพสมบูรณ์ไม่ได้ เรื่องนี้สามารถทราบได้จากการสอบถามถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการ เคลือบแก้วรถ ยิ่งเขามีความรู้มาก ก็ยิ่งสามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้มาก สามารถตอบได้ชัดเจนในทุกประเด็น และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เอาแต่เน้นหาทางขายๆ ซึ่งแบบนั้นเราอาจจะได้ยินแต่โฆษณาชวนเชื่อเพื่อเน้นให้เรายอมตัดสินใจซื้อบริการก็เป็นไปได้

2.    มีบุคลากรที่มีความชำนาญ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากขาดบุคลากร ที่มีทักษะประสบการณ์ในการทำ เคลือบแก้ว แล้ว ก็ย่อมไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ดูได้จากผลงานที่ผ่านมาของเขา ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำงานออกมาได้จริงดังคำพูดในข้อที่ 1 หรือไม่ และเรื่องนี้ไม่ง่ายที่จะลอกเลียนแบบกัน เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนและผ่านประสบการณ์ทำงานมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง

3.    มีอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ นอกเหนือจากความรู้และทักษะ อุปกรณ์ในการใช้ทำ เคลือบแก้ว ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ หากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพก็ทำงานคุณภาพสูงออกมาได้ยาก เราสามารถสังเกตจากเครื่องไม้เครื่องมือที่เขาใช้ และท่าทางในการทำงาน ว่ามีอะไรบ้าง และสอบถามเพิ่มเติมได้ว่าทำไมต้องใช้อุปกรณ์นั้นๆ ผู้ที่มีประสบการณ์และรู้จริงสามารถอธิบายให้เราทราบได้อย่างชัดเจน

ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถใช้สังเกตเพื่อตัดสินใจเลือก ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ได้ว่าเราควรเอารถของเราไปทำ เคลือบแก้ว กับเขาหรือไม่ หรือควรเอาไปทำกับผู้ให้บริการรายได้ หากที่ไหนมีครบทั้ง 3 อย่าง ก็สามารถมั่นใจได้ว่าเราจะได้ รถเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพกลับมาใช้งานเป็นที่แน่นอน

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/23/glass-coating_043/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำไมเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะผิวรถ


เชื่อว่าหนึ่งในเรื่องที่ผู้สนใจทำ เคลือบแก้ว จะได้เห็นผู้ประกอบการหรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว นำมาแสดงให้เห็นอยู่บ่อยครั้งอย่างหนึ่งในเรื่องประสิทธิภาพของการทำ เคลือบแก้วรถ ก็คือ เรื่องที่เมื่อผ่านการเคลือบมาแล้วน้ำจะเกาะที่ผิวสีของรถ คือ อาจจะเป็นการสาดน้ำ หรือราดน้ำลงไปบนผิวรถแล้วน้ำไหลออกไปหมดแทบไม่เหลือหยดน้ำเกาะติดอยู่เลย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าพื้นผิวที่ผ่านการเคลือบมาแตกต่างจากรถธรรมดา แต่ทราบหรือไม่ว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นและมันเกิดจากอะไรให้ผลดีอย่างไรกับรถของเรา…

 

เหตุผลที่เมื่อเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะรถ

          เรื่องนี้เกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า hydrophobic interaction ซึ่งหมายถึง ปฏิกิริยาไม่ชอบน้ำ ที่มีอยู่ในตัวของ น้ำยาเคลือบแก้ว ซึ่งเมื่อทำการ เคลือบแก้ว ลงไปบนผิวรถแล้วชั้นฟิล์มใสที่ผิวรถของเราจะมีลักษณะเป็นโมเลกุลไร้ขั้ว ไม่มีการแตกตัวของไอออน จึงไม่เกิดแรงเหนี่ยวนำระหว่างโมเลกุล ดังนั้นพอน้ำมาโดนก็ไม่สามารถเกิดสภาพแรงตึงผิว เราจึงเห็นหยดน้ำมีลักษณะไหลกลิ้งออกไปจากผิวรถแทบทั้งหมด น้ำไม่เกาะติดผิวอยู่เลย หรือบางคนก็เรียกว่านี่คือคุณสมบัติในด้านความลื่นของการทำ เคลือบแก้ว ที่เกิดขึ้นกับรถของเราได้

 

ผลดีของการที่น้ำไม่เกาะหลังจากเคลือบแก้วแล้ว

          ข้อดีที่เกิดขึ้นจากสภาพที่เราเห็นว่าน้ำไม่เกาะติดผิวรถนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ไม่ใช่แค่ ทำให้เห็นว่าน้ำไม่เกาะเท่านั้น อันที่จริงการที่น้ำไม่เกาะที่ผิว สามารถทำให้เราสบายใจได้ในเรื่องของความลื่นว่าจะไม่มีอะไรมาเกาะติดแน่นที่ผิวสีรถของเราได้ ซึ่งมันมีอยู่มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผง หรือคราบสกปรก ที่แน่นอนว่าหากเจอกับความชื้นหรือหยดน้ำจะสามารถสร้างรอบคราบฝังแน่นและขจัดออกยากได้ในรถทั่วไป แต่สำหรับ รถเคลือบแก้ว เราสามารถวางใจได้ว่ามันจะไม่กลายเป็นคราบติดแน่นและเมื่อ เคลือบแก้ว แล้วก็ยังทำความสะอาดได้ง่าย เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ได้เกาะติดผิว นอกจากนี้ก็ยังมีพวกมลพิษที่เกิดจากควันในการเผาเชื้อเพลิงน้ำมัน ฝนกรด ที่ทิ้งรอยคราบและกัดสีรถ รวมไปถึงคราบหินปูนที่เกิดจากฝุ่นผงที่โดนความชื้นแล้วเกิดการละลายออกมาที่มักเห็นเป็นคราบขาวๆ หรือที่เรียกว่าสนิมน้ำ พวกนี้เราสามารถวางใจได้ ตลอดจนยางไม้ มูลนก ที่มีอันตรายต่อสีรถ ก็สามารถชะลอความเสียหายได้เป็นอย่างดี เพราะมันไม่ติดแน่นจนทำลายสีแท้ของรถได้อย่างรวดเร็ว พอมีเวลาจัดการได้อยู่

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=oXcS3RdnGXg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=oXcS3RdnGXg</a>

          นี่เป็นเหตุผลหรือสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อรถผ่านการทำ เคลือบแก้ว มาแล้วน้ำไม่เกาะติดผิวรถและข้อดีของมันที่มีให้เรามากกว่าความน่าตื่นตาของหยดน้ำที่เด้งออกไปจนหมด หากสนใจก็ลองปรึกษา ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่ได้มาตรฐาน และไปรับบริการทำ รถเคลือบแก้ว เพื่อที่รถของเราจะได้สวยงามทนทานอยู่ได้นานมากกว่าเดิม

ที่มา:
https://albatroscarcare.com/2016/12/25/glass-coating_045/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เคลือบแก้วระบบทากึ่งพ่นหนึ่งในคำตอบที่ดีที่สุดในการเคลือบแก้ว !!



            ในครั้งก่อนเราได้นำเสนอบทความเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของการทำ เคลือบแก้ว ที่มีอยู่สองแบบกันแล้ว นั่นก็คือ เคลือบแก้วระบบทา และ เคลือบแก้วระบบพ่น ซึ่งก็เชื่อว่าท่านที่สนใจได้เห็นข้อเปรียบเทียบของการเคลือบทั้งสองระบบ ทั้งข้อดีข้อและข้อด้อยที่แตกต่างกันไป คราวนี้เราอยากจะขอนำเสนอการทำ เคลือบแก้วรถ ระบบใหม่ ที่มีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ความคุ้มค่า เป็นการทำเคลือบปกป้องแบบเต็มระบบอีกหนึ่งทางเลือก มาให้ท่านที่สนใจได้ทำความเข้าใจกันเพิ่มเติมกัน นั่นก็คือ... “เคลือบแก้วระบบทากึ่งพ่น”

อ่านต่อ...
https://albatroscarcare.com/2016/12/26/glass-coating_046/



ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ล้อแมกซ์ก็ทำเคลือบแก้วได้ด้วยหรือ

          การทำ เคลือบแก้วรถยนต์ เป็นการเพิ่มการปกป้องและเสริมความเงางามให้กับรถได้เป็นอย่างดี ด้วยประสิทธิภาพของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่ช่วยทำให้เกิดชั้นฟิล์มที่มีความใส ลื่นและแข็งปกป้องชั้นสีแท้ของรถเอาไว้ แต่เชื่อหรือไม่ว่านอกเหนือจากส่วนตัวถังของรถแล้ว แม้แต่ส่วนล้อแมกซ์ของรถเราก็สามารถทำ เคลือบแก้ว ได้ อยากทราบไหมว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ และทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไร…

 

ล้อแมกซ์ทำเคลือบแก้วได้จริงหรือ

          อาจจะมีบางท่านสงสัยว่า การทำ เคลือบแก้ว ที่ส่วนล้อแมกซ์ของรถทำได้จริงหรือไม่ เพราะโดยทั่วไปทราบกันเฉพาะว่ามีการทำเพื่อเคลือบปกป้องตัวรถไม่ให้สีแท้เสียหาย แต่เรื่องนี้เป็นไปได้จริงๆ เราสามารถทำการลง น้ำยาเคลือบแก้ว ได้บนทุกพื้นผิวที่เราต้องการคุณสมบัติในการปกป้องจากชั้นฟิล์มใส ลื่นและมีความแข็ง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ล้อแมกซ์ก็สามารถทำการลงน้ำยาเคลือบได้ เหมือนการ เคลือบแก้วรถ ทั่วไป

 

ทำเคลือบแก้วล้อแมกซ์ได้ประโยชน์อะไร

          เรื่องนี้อาจจะมีผู้สงสัย เพราะว่าส่วนมากมีคนคิดว่าการทำ เคลือบแก้ว มีไว้เพื่อเสริมความมันเงาสวยงามให้กับตัวรถ การทำที่ล้อไม่แน่ใจว่าจะช่วยอะไรได้บ้างเพราะมันเป็นส่วนที่ใช้งานหนักเจอกับสภาพถนนหนทาง จะมีประโยชน์แค่ไหนหากเราทำการ เคลือบแก้ว ในส่วนนี้…

 

ประโยชน์ที่ได้จากการเคลือบแก้วล้อแมกซ์

1.    ทำให้ล้อรถมีความสวยงามมีผิวเป็นมันเงา ใครๆ ก็คงชอบที่รถจะมีความสวยสมบูรณ์ทั้งตัวรถไปจรดล้อ การทำ เคลือบแก้ว ทั่วทั้งคันรวมถึงส่วนล้อแมกซ์เป็นการเพิ่มความสวยงามของรถให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2.    ช่วยป้องกันการเกิดคราบสกปรกที่เกิดจากผงเบรก ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับล้อรถทั่วไป เพราะในเวลาที่เราทำการเบรครถจะมีฝุ่นผงที่เกิดจากการเสียดสีกันของผ้าเบรกเกิดขึ้นและมันจะหลุดออกมาเกาะจับอยู่ที่ล้อแมกซ์ ทำให้เกิดเป็นรอยคราบสกปรก หากทิ้งไว้นานก็สามารถฝังแน่น การ เคลือบแก้ว ช่วยไม่ให้ฝุ่นผงเหล่านี้เกาะจับที่ล้อแน่นได้เป็นอย่างดี
3.    ช่วยป้องกันคราบจากยางมะตอย ยางที่ใช้ในการราดถนน ขึ้นชื่อในด้านความเหนียวหนับเอาออกยากเมื่อเกาะติด แต่หากว่าเราทำการเคลือบแก้วเอาไว้ ชั้นฟิล์มที่มีความลื่นจะช่วยป้องกันไม่ให้มันเกาะแน่นจนยากเกินไปที่จะทำความสะอาด
4.    ช่วยป้องกันฝุ่นผง และโคลน ไม่เกิดการสะสมกลายเป็นคราบฝังแน่น กรณีนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับที่การ เคลือบแก้ว สามารถปกป้องดูแลสีรถ คือมีความลื่นและไม่เกิดไฟฟ้าสถิตทำให้ไม่เกิดคราบสกปรกฝังแน่นที่ทำความสะอาดยาก
5.    ช่วยลดปัญหาเรื่องรอยขีดข่วน เรื่องนี้ก็เป็นข้อดีอีกอย่าง แต่ไม่ใช่ว่า เคลือบแก้ว แล้วสามารถป้องกันไม่ให้ล้อเกิดรอย เพราะหากเจอหินกระแทกจังๆ ก็เป็นรอยได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ถือว่าดีกว่าที่ไม่ได้ทำการเคลือบแน่นอน
6.    ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย หากใครที่ล้างรถด้วยตัวเองคงทราบว่า ส่วนล้อแมกซ์ โดยเฉพาะแบบที่มีลวดลายลูกเล่นที่ทำให้ล้อดูสวยงามนั้น มันทำความสะอาดได้ไม่ง่าย ต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะขัดให้ทุกซอกทุกมุมสะอาด แต่การทำ เคลือบแก้ว ช่วยให้การทำความสะอาดล้อทำได้ง่ายขึ้น ฉีดน้ำแรงๆ เช็ดนิดหน่อย คราบสกปรกก็ฝุ่นผงก็หลุดออกมาแล้ว เพราะมันไม่สามารถยึดเกาะที่พื้นผิวได้
ดังนั้น การทำ เคลือบแก้ว ที่ล้อแมกซ์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และยังมีประโยชน์ ไม่เพียงแต่สวยงาม ยังทำให้ล้อสามารถทำความสะอาดได้ง่ายมากขึ้นใช้แรงน้อยลงอีกด้วย

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/27/glass-coating_047/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เคลือบแก้วเองทำได้แต่ไม่แน่ว่าจะดี

การ เคลือบแก้ว เป็นการเพิ่มการปกป้องให้กับสีของรถ และเพิ่มความเงางามของรถให้เกิดขึ้น เป็นหนึ่งในเรื่องที่คนรักรถให้ความสนใจมากอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนเชื่อว่าการไปทำ เคลือบแก้วรถยนต์ ที่ศูนย์บริการมีราคาที่แพง และอาจจะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เพียงแค่เอาน้ำยามาทาๆ ป้ายๆ หรือ พ่นลงไปก็ใช้ได้แล้ว ซึ่งเราก็น่าที่จะพอทำ เคลือบแก้วเอง ได้… ซึ่งก็ดูแล้วก็น่าจะทำได้จริงๆ แต่… เป็นเรื่องที่ไม่แน่ว่าจะออกมาแล้วได้ผลดีตามที่เราต้องการ

เคลือบแก้วเอง ได้แต่อาจจะไม่สมบูรณ์

นี่เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน สำหรับคนที่กำลังคิดที่จะทดลอง เคลือบแก้วรถ ด้วยตัวเอง ซึ่งหากลองไปค้นว่า “เคลือบแก้วเอง Pantip” เราจะเห็นได้ว่ามีคนมาให้ความเห็นหรือมาสอบถามกันมาก เหตุผลส่วนใหญ่คล้ายๆ กันก็คือ มีความรู้สึกว่าการไปทำ เคลือบแก้ว ที่ร้าน มีราคาแพงมาก และบางรายก็คิดว่ามันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แค่หา น้ำยาเคลือบแก้ว มาแล้วก็เอาไปป้ายๆ ทาๆ ลงไปบนผิวรถ มันกลายเป็นฟิล์มแข็ง ที่เพิ่มการป้องกันและเพิ่มความเงางามได้แล้ว ไม่น่าที่จะยากตรงไหน… ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนจะถูก แต่ไม่ทั้งหมด เนื่องจากว่า มันถูกเฉพาะส่วนที่ว่า เมื่อเราลงน้ำยาลงไปแล้วมันจะเป็นชั้นฟิล์มใสเอง อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่… กระบวนการในการทำ เคลือบแก้ว มีมากกว่านั้น หากต้องการให้ได้ผลดี

กระบวนการทำเคลือบแก้วมีมากกว่าแค่ทาน้ำยา

การทำ เคลือบแก้วรถ มีมากกว่าแค่การเอา น้ำยาเคลือบแก้ว ไปทาป้ายๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีการเตรียมพื้นผิวให้มีความพร้อมก่อนลงน้ำยาด้วย จะต้องมีการขัดผิวชั้นสีด้านบนสุดก่อน เพราะเป็นชั้นที่เคยได้รับความเสียหายและเจอปัญหาจากเรื่องฝุ่นผงและคราบสกปรกมาก่อนแล้ว หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้ น้ำยาที่ลงไปไม่มีทางแนบสนิทเป็นชั้นฟิล์มที่เกาะติดผิวรถได้ดีได้เลย เพราะมันเป็นการลงชั้นน้ำยาบนพื้นผิวที่มีคราบและไม่สมบูรณ์ ผลที่ตามมาก็คือ น้ำยาเกาะอยู่ได้ไม่นานก็หลุดออก ทำให้หลายคนหมดความเชื่อถือในการทำ เคลือบแก้ว ไปเลยก็มีอยู่บ้าง และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ มันเป็นการทำการเคลือบทับปัญหา สีรถข้างล่างไม่ได้มีความสดใส ยกตัวอย่างเหมือนการเอาสมุดมาห่อปกพลาสติก ถ้าปกสมุดเดิมมีรอยเสียหาย มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เป็นการเก็บความเสียหายเอาไว้อีกต่างหาก นอกจากนี้ในการลง น้ำยาเคลือบแก้ว ก็มีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างประณีต ไม่เช่นนั้นระดับความสม่ำเสมอก็จะไม่ได้มาตรฐาน บางที่หนาบางที่บางไม่เท่ากัน มีผลในการเรื่องของการปกป้องด้วย
ดังนั้น การทำ เคลือบแก้วเอง เป็นเรื่องที่เราทำได้ แต่ไม่แน่ว่าจะให้ผลที่ดีอย่างที่เราต้องการออกมา เพราะเราไม่ได้ผ่านการฝึกและไม่ได้ทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมผิวและการลง น้ำยาเคลือบแก้ว ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นหากใครอยากทำเอง ก็ขอให้ทำการศึกษาให้ดีเสียก่อนถึงขั้นตอน และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำงานว่าต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถทำ เคลือบแก้ว ที่ได้มาตรฐานสมใจออกมาได้ ถ้าไม่มั่นใจ… ให้ผู้ชำนาญทำดีกว่า แพงกว่าแต่ก็คุ้มค่า เป็นค่าทักษะและความรู้ที่เราต้องใช้เวลาและการลงทุนอีกไม่น้อยกว่าจะทำได้เหมือนมืออาชีพที่เขาทำให้กับเรา…

ที่มา:https://albatroscarcare.com/2016/12/28/glass-coating_048/


ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เคลือบแก้ว 9H คืออะไร



สำหรับท่านที่สนใจจะนำเอารถไปทำการ เคลือบแก้ว นอกจากจะต้องหาข้อมูลว่า ศูนย์บริการเคลือบแก้ว เจ้าไหนให้บริการได้ดีมีคุณภาพและมีบริการหลังการขายที่ดีแล้ว อีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจก็คือ เรื่องของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่เขาจะเอามาใช้กับรถเรานั้นมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ทั้งนี้เนื่องจากมีน้ำยาอยู่หลายชนิดหลายยี่ห้อ มีส่วนผสมของสารที่ให้การปกป้องที่แตกต่างกันไปตามแต่สูตรของผู้ผลิต ดังนั้นจึงควรสอบถามผู้ประกอบการให้ทราบด้วยในเรื่องนี้…
และสิ่งหนึ่งที่มักได้ยินกันเป็นประจำก็คือ เรื่องของตัว H ที่มีมักมีการระบุมาในเวลาที่เราจะไปทำ เคลือบแก้ว ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ 6H , 7H และ ที่ฮิตที่สุดและพูดถึงกันมากที่สุดปัจจุบันก็คงจะเป็น 9H ซึ่งบางท่านก็อาจจะสงสัยว่า เจ้าตัวเลขที่ตามด้วยตัว H นี่มันคืออะไร เป็นชื่อของน้ำยา สารเคมี หรือ เป็นเรื่องไหน ทำไมต้องมีการนำมาอ้างถึงเสมอเมื่อเราจะไปรับบริการทำ เคลือบแก้วรถ

ตัว H ที่พูดถึงในการทำเคลือบแก้ว คืออะไร

ตัว H ที่เราเห็นอยู่ตามหลังตัวเลข เวลาพูดถึงเรื่อง เคลือบแก้ว แท้จริงแล้วเจ้า H ตัวนี้เป็นตัวย่อของคำว่า Hardness อันหมายถึงความแข็ง เพราะฉะนั้น การระบุตัวเลขด้านหน้า ไม่ว่าจะเป็น 6 – 9 นั่นคือการบอกระดับค่าของความแข็งนั่นเอง ดังนั้นถ้ายิ่งมีตัวเลขสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีค่าความแข็งของฟิล์มสูงขึ้นเท่านั้น และปัจจุบันค่าความแข็งสูงสุดของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีอยู่ก็คือ ระดับ 9H

ความแข็งระดับ 9H ของการเคลือบแก้ว คืออะไร

ค่าความแข็งสูงสุดของการ เคลือบแก้ว ในปัจจุบันอยู่ที่ ระดับ 9 H ซึ่งการวัดค่าความแข็งเกิดขึ้นจากการทดสอบในห้องวิจัย วิธีการที่นิยมใช้ในการกำหนดค่าความแข็งก็คือ การนำเอาวัสดุ 2 ชนิดมากดเข้าหากัน วัตถุที่มีความแข็งน้อยกว่าก็จะถูกสิ่งที่มีความแข็งมากกว่าทำให้เกิดรอยเกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่แข็งที่สุดในโลกก็คือ เพชร เนื่องจากว่าไม่อะไรสามารถทำให้มันเกิดรอยขึ้นได้ แต่เพชรสามารถกรีดให้วัสดุอื่นๆ เกิดรอย อย่างไรก็ตาม… มันไม่ได้หมายความเอาอะไรทุบแล้วเพชรไม่แตก เพราะค่าความแข็งวัดกันในเรื่องการขูดขีดให้เป็นรอยไม่ใช่การรับน้ำหนักหรือรับแรงปะทะแต่อย่างใด…
การทำ เคลือบแก้ว ที่ดีที่สุดปัจจุบันก็ย่อมจะต้องเป็นการทำในระดับ 9H เพราะมีความแข็งของชั้นฟิล์มมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของความหนาด้วย เพราะทั้งสองส่วนเป็นการเสริมกันในเรื่องการปกป้องผิวของ รถเคลือบแก้ว นั่นเอง

ที่มา https://albatroscarcare.com/2016/12/29/glass-coating_049/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เคลือบแก้วแล้วดูแลรักษายากไหม



การทำ เคลือบแก้ว เป็นเรื่องที่เราได้พูดถึงกันมาหลายครั้งในหลากหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการทำ เคลือบแก้วรถเก่า รถใหม่ รถมอเตอร์ไซค์ กระทั่งเรื่องของ น้ำยาเคลือบแก้ว ก็ได้เล่ากันไปแล้ว ตั้งแต่มันมีส่วนผสมอะไร ทำปฏิกิริยาแบบไหน ที่ทำให้มันลื่นน้ำไม่เกาะ และป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนได้ แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เอ่ยถึงและยังมีคำถามเกิดขึ้น เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องที่สนใจก็คือ เรื่องของการดูแลรักษารถหลังจากที่ผ่านการเคลือบมาแล้ว ซึ่งมีความสงสัยว่า มันจะดูยากไหม และต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะได้สวยงามอยู่ทนนาน

การดูแลรถเคลือบแก้วยากหรือไม่

เชื่อว่าที่มาของคำถามนี้เกิดจากผู้ที่มุ่งเน้นในเรื่องของความสวยงามที่เกิดจากการทำ เคลือบแก้ว เป็นหลัก พูดง่ายๆ ก็คือ สนใจในประสิทธิภาพด้านความสวยงามมันเงาที่เกิดขึ้นหลังจากการทำ เคลือบแก้วรถ ซึ่งทราบดีว่าความมันเงาแวววาว หรือ… บางคนใช้คำว่า “ฉ่ำเยิ้ม” มันเกิดจากชั้นของน้ำยาที่ลงไปเคลือบเอาไว้ ที่นี้ก็เลยเกิดความกังวลว่า หากใช้งานไปไม่มีการดูแลรักษาที่ดี สารเคลือบที่อยู่ด้านนอกที่ผิวของสีรถ ก็จะหลุดหายไป บางคนเกรงถึงขนาดที่ว่ามันจะหลุดออกเป็นแผ่นๆ หรือ แตกร่อนเป็นชั้นๆ หลุดออกมาหรือไม่…  ความกังวลใจเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว และเป็นเรื่องที่ผู้สนใจทำ เคลือบแก้ว ควรหาความรู้ เพื่อที่จะได้มั่นใจในทุกประเด็นก่อนที่จะตัดสินใจไปทำ เคลือบแก้วรถ แต่หากให้ตอบว่า รถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มาแล้วดูแลรักษาหลังการใช้งานยากไหม ต้องขอตอบแบบสั้นๆ ก่อนว่า… “ไม่ยาก”

รถยนต์เคลือบแก้วดูแลง่ายกว่าที่คิด

เหตุผลที่ตอบไปว่า ดูแลไม่ยาก ก็เนื่องมาจาก นอกเหนือจากเรื่องประสิทธิภาพในด้านความสวยความงามที่รถของเราจะได้จากการ เคลือบแก้ว แล้ว แท้จริง คุณสมบัติหลักของมันคือ การปกป้องพื้นผิวของวัสดุ สาร หรือ น้ำยาเคลือบแก้ว แต่เดิมผลิตออกมา เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาพื้นผิวไม่ให้เกิดความเสียหายเร็ว มีใช้กันในหลายอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม่แต่เรื่อเดินทะเล ที่ต้องเผชิญกับความเค็มของน้ำทะเล และคลื่นลมต่างๆ ก็มีการใช้งานสารประเภทนี้เคลือบปกป้อง ชั้นฟิล์มที่เกิดขึ้นจากการ เคลือบแก้ว มีทั้งความใส ที่ทำให้เกิดความสวยงามที่เราชอบกัน และมีความแข็งกับความลื่น ที่ช่วยในการปกป้องพื้นผิว ไม่ให้เกิดรอยคราบ หรือรอยเสียหายได้ง่าย ซึ่งคุณสมบัติ 2 อย่างหลัง ช่วยให้เราสามารถดูแลรถได้สะดวกมากกว่าเดิม การล้างทำความสะอาดทำได้ง่าย ใช้น้ำเปล่า ใช้แชมล้างรถทั่วไปล้างๆ ใช้ผ้าเช็ดก็กลับมาใส่แวววาว ไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยากเลย

ในกรณีต้องการดูแลรถหลังจากการทำ เคลือบแก้ว ไม่มีอะไรมากเพราะมันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้อง แต่สิ่งที่จำเป็นและต้องเกิดขึ้นก่อนตั้งแต่ต้นก็คือ การเลือกผู้ให้บริการที่มีทักษะความชำนาญ เพราะต้องมีการเตรียมพื้นผิวก่อน และมีการลงน้ำยาอย่างถูกต้อง รวมถึงการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนัดไปลงน้ำยาเคลือบเพิ่มและตรวจสภาพให้ทุก 6 เดือน ซึ่งส่วนมากเป็นโปรโมชั่นที่แถมมาตอนตัดสินใจ เคลือบแก้วรถยนต์ อยู่แล้ว นั่นเอง ก็มีอยู่เพียงแค่นั้น… ดูแลง่าย กว่าไม่ได้ทำแน่นอน

ที่มา:https://albatroscarcare.com/2016/12/30/glass-coating_050/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเคลือบแก้ว

เคลือบแก้ว เป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถช่วยปกป้องดูแลสีรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันสีแท้ของรถได้จากมลภาวะ ฝุ่นผง สิ่งสกปรก และการเกิดรอยขีดข่วนได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่มีในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะ การ เคลือบแก้ว 9H ที่มีค่าความแข็งสูงที่สุด เป็นการปกป้องที่ดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม… การ เคลือบแก้วรถยนต์ มันไม่ใช่การเสริมเกราะวิเศษให้กับรถ ดังที่บางท่านมีความเข้าใจผิดในเรื่องความแข็งแกร่งในการปกป้องผิวรถของมัน

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวความแข็งของการเคลือบแก้ว

เรื่องนี้เชื่อว่าอาจจะเกิดจากการไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน หรือ ฟังต่อๆ กันมาจาก จากเทคนิคการนำเสนอทางการตลาดที่นำเสนอคุณสมบัติในเรื่องความแข็งของชั้นฟิล์มที่เกิดจากการทำ เคลือบแก้ว โดยเฉพาะที่เป็นระดับ 9H ซึ่งมีความแข็งสูงสุดของ น้ำยาเคลือบแก้ว ในปัจจุบันนี้ที่มีในท้องตลาด บางรายฟังไปฟังมา เกิดความเชื่อว่าพอเป็น รถเคลือบแก้ว แล้วสามารถลุยไปได้ทั่วสารทิศไม่หวั่นแม้พายุทอนาโด หรือ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ซึ่งแบบนั้นมันก็เกินความจริงไปไกลมาก เพราะ จริงๆ แล้ว มันเป็นการสร้างชั้นฟิล์มที่มีความแข็งในระดับที่ใกล้เคียงกับแก้ว หรือกระจก ที่เกิดริ้วรอยได้ยากขึ้นบนผิวรถ และมันยังมีคุณสมบัติในด้านความลื่นที่ไม่ทำให้เกิดการสะสมของคราบสกปรกทำให้รถของเราดูสดใส ไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดท้าทายการปะทะทุกรูปแบบอย่างที่บางท่านเข้าใจ… ซึ่งก็นั่นแหละ บางทีก็เข้าใจผิดเพราะวิธีการนำเสนอทางการตลาด แม้จะจริงว่าเราเคยนำเสนอการกระแทก พื้นผิวของวัสดุ เคลือบแก้ว ให้ชม (ดูได้จากคลิปด้านล่าง) แต่นั่นเป็นการทำกับวัสดุที่เป็นไฟเบอร์ และที่กระแทกลงไปก็คือไฟแช็คที่เป็นพลาสติก ไม่ใช้การปะทะตรงๆ ของหิน หรือการกระแทกจากโลหะตรงๆ แต่อย่างใด และคุณสมบัติในด้านความลื่นก็ช่วยลดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยลงด้วย

ทำความเข้าใจอีกครั้งในเรื่องความแข็งของการเคลือบแก้ว

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนในเรื่องของความแข็งของชั้นฟิล์มบนผิวรถที่เกิดจากการ เคลือบแก้ว เรามาทำความเข้าใจกันในเรื่องค่าความแข็งที่เห็นจากขวด น้ำยาเคลือบแก้ว กันก่อนดีกว่า ปัจจุบันน้ำยาที่สร้างชั้นฟิล์มได้แข็งที่สุดคือที่เป็นแบบ 9H ซึ่งเราเคยเล่าไปแล้วในตอน เคลือบแก้ว 9H คืออะไร ชั้นฟิล์มดังกล่าวต่อให้เป็นระดับที่มีความแข็งมากที่สุด ก็จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับ ทราย หรือ แก้ว หรือ กระจก เท่านั้น เพราะสารที่เอามาผลิตที่เป็นหลักในเรื่องการสร้างความแข็งให้ชั้นฟิล์มคือ ซิลิก้า ซึ่งมันก็คือ ทรายหรือสิ่งที่นำไปผลิตเป็นแก้วนั่นเอง ดังนั้นแก้วทนอะไรไม่ได้ เคลือบแก้ว ก็ไม่ได้เช่นกัน… นี่คือความชัดเจน และในเรื่องความแข็ง หมายถึงว่ามันมีสิ่งที่ทำให้ผิวเกิดรอยเมื่อเอามาขีดกันได้เฉพาะบางชนิด ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ ของที่ขีดกระจกแล้วเป็นรอยมีแต่ไม่มากเท่าไหร่ คือ การวัดความแข็งเป็นการวัดด้วยการนำเอาวัสดุมาขีดกัน ไม่ใช่เอามาทุบกัน ดังนั้นความแข็งของการ เคลือบแก้ว ที่ป้องกันได้ก็คือ… การป้องกันการเกิดรอยขูดขีด ที่จะเกิดขึ้นบนผิวรถ
นี่เป็นความจริงในเรื่องความแข็งของการทำ เคลือบแก้ว ที่อยากนำเสนอให้ท่านที่สนใจพิจารณา เพื่อจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเมื่อทำการ เคลือบแก้วรถ ไปแล้ว มันสามารถปกป้องรถของเราได้ในระดับที่เกินกว่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นแม้จะทำ เคลือบแก้วรถยนต์ ไปแล้วก็ยังคงต้องระวังการโดยขีดข่วนจากของที่มีความแข็งมากๆ และต้องระวังการปะทะอยู่ เพียงแต่ว่ามันสามารถลดความเสียหาย และทำให้รถของเราสวยงาม ทำความสะอาดได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ที่มา: https://albatroscarcare.com/2016/12/31/glass-coating_051/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
การเติมเคลือบแก้วหลังรับบริการแล้วสำคัญแค่ไหน

การทำ เคลือบแก้ว เป็นการปกป้องสีรถที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้ และนอกจากจะมีความสามารถในการเพิ่มความทนทานให้สี ป้องกันการเกิดริ้วรอยแล้วก็ยังมีประสิทธิภาพในเรื่อง การเพิ่มความสวยงามให้กับรถ และ รถเคลือบแก้ว ยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย แต่… จะมีความทนทานอย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องมีการไปรับบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นการไปเติม น้ำยาเคลือบแก้ว บนพื้นผิวซ้ำ เราลองมาดูกันว่า เรื่องนี้มันมีความสำคัญอย่างไร และไม่ทำได้หรือไม่

ทำไมต้องเติมน้ำยาเคลือบแก้ว หลังทำไปแล้ว

บางคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อการทำ เคลือบแก้ว เป็นเรื่องที่ปกป้องผิวรถได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว เหตุใดหลังจากที่ รถเคลือบแก้ว เสร็จแล้วยังต้องเอาไปเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการเติม น้ำยาเคลือบแก้ว บนผิวรถซ้ำ มันหมายถึงว่า การทำ เคลือบแก้ว ไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงอย่างที่เราคิดหรือไม่… สำหรับเรื่องนี้ ต้องอธิบายเพิ่มเล็กน้อยว่า มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า การเคลือบผิวรถที่เรียกว่าการทำ เคลือบแก้ว เป็นการปกป้องที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นชั้นฟิล์มที่อยู่บนชั้นสีแท้ ไม่ได้ละลายซึมลงไปเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นเมื่อผ่านการใช้งานไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ย่อมเป็นไปได้ที่จะมีการสึกหรอ จากการสัมผัส การเช็ดล้างออกไปบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมันบางลงก็ย่อมมีประสิทธิภาพในการป้องกันที่ลดลง จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะมีการเติม น้ำยาลงไปบ้าง เพื่อเพิ่มความหนาของชั้น เคลือบแก้ว บนผิวรถ และเสริมประสิทธิภาพในด้านความลื่น รวมถึงปฏิกิริยาต่อต้านไฟฟ้าสถิต

ถ้าไม่ไปเติมเคลือบแก้วจะเป็นอย่างไร

ในกรณีที่ไม่ได้ไปตามนัดเพื่อเติม น้ำยาเคลือบแก้ว ลงบนผิวรถ อาจจะด้วยลืมนัด หรือติดงานอะไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการปกป้องลดลง และลดจากโปรแกรม ที่เราซื้อเอาไว้แน่นอน เช่น ทำ เคลือบแก้ว ปกป้อง 3 ปี ความสามารถก็ย่อมที่จะไม่ถึง เพราะขาดการทำ Maintenance ตามโปรแกรม ดังนั้นไม่ควรพลาด หากว่าเลยเวลาที่นัดเอาไว้ก็ควรมีการติดต่อเพื่อขอเลื่อนนัดก่อน เพื่อให้ทางร้านจัดกำหนดการให้ใหม่ เราจะได้ไม่เสียสิทธิ์
และในกรณีที่ไม่ได้ไปรับบริการ เคลือบแก้ว เพิ่มอีกเลย จะมีปัญหาอย่างไรบ้างนั้น สามารถอ่านต่อได้จากเรื่อง “ข้อเสียของการเคลือบแก้วที่หมดประกันเป็นอย่างไร” อย่างไรก็ตามการเติม น้ำยาเคลือบแก้ว ตามระยะเวลาเป็นหนึ่งในสิทธิที่เราได้รับจากการซื้อโปรแกรม หรือได้รับโปรโมชั่น ซึ่งเป็นสิทธิที่เราควรได้ ไม่ควรพลาดโอกาส และในกรณีที่เป็น ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่ใส่ใจจะมีการติดต่อเพื่อแจ้งล่วงหน้า เพื่อเตือนไม่ให้เราพลาด และนอกจากการเติมน้ำยาแล้ว ยังจะได้รับการตรวจสภาพของพื้นผิวรถของเราอีกด้วย ว่าควรมีการดูแลเพิ่มเช่นใด

ที่มา:https://albatroscarcare.com/2017/01/01/glass-coating_052

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
การเติมเคลือบแก้วหลังรับบริการแล้วสำคัญแค่ไหน

การทำ เคลือบแก้ว เป็นการปกป้องสีรถที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้ และนอกจากจะมีความสามารถในการเพิ่มความทนทานให้สี ป้องกันการเกิดริ้วรอยแล้วก็ยังมีประสิทธิภาพในเรื่อง การเพิ่มความสวยงามให้กับรถ และ รถเคลือบแก้ว ยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย แต่… จะมีความทนทานอย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องมีการไปรับบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นการไปเติม น้ำยาเคลือบแก้ว บนพื้นผิวซ้ำ เราลองมาดูกันว่า เรื่องนี้มันมีความสำคัญอย่างไร และไม่ทำได้หรือไม่

ทำไมต้องเติมน้ำยาเคลือบแก้ว หลังทำไปแล้ว

บางคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อการทำ เคลือบแก้ว เป็นเรื่องที่ปกป้องผิวรถได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว เหตุใดหลังจากที่ รถเคลือบแก้ว เสร็จแล้วยังต้องเอาไปเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการเติม น้ำยาเคลือบแก้ว บนผิวรถซ้ำ มันหมายถึงว่า การทำ เคลือบแก้ว ไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงอย่างที่เราคิดหรือไม่… สำหรับเรื่องนี้ ต้องอธิบายเพิ่มเล็กน้อยว่า มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า การเคลือบผิวรถที่เรียกว่าการทำ เคลือบแก้ว เป็นการปกป้องที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นชั้นฟิล์มที่อยู่บนชั้นสีแท้ ไม่ได้ละลายซึมลงไปเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นเมื่อผ่านการใช้งานไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ย่อมเป็นไปได้ที่จะมีการสึกหรอ จากการสัมผัส การเช็ดล้างออกไปบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมันบางลงก็ย่อมมีประสิทธิภาพในการป้องกันที่ลดลง จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะมีการเติม น้ำยาลงไปบ้าง เพื่อเพิ่มความหนาของชั้น เคลือบแก้ว บนผิวรถ และเสริมประสิทธิภาพในด้านความลื่น รวมถึงปฏิกิริยาต่อต้านไฟฟ้าสถิต

ถ้าไม่ไปเติมเคลือบแก้วจะเป็นอย่างไร

ในกรณีที่ไม่ได้ไปตามนัดเพื่อเติม น้ำยาเคลือบแก้ว ลงบนผิวรถ อาจจะด้วยลืมนัด หรือติดงานอะไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการปกป้องลดลง และลดจากโปรแกรม ที่เราซื้อเอาไว้แน่นอน เช่น ทำ เคลือบแก้ว ปกป้อง 3 ปี ความสามารถก็ย่อมที่จะไม่ถึง เพราะขาดการทำ Maintenance ตามโปรแกรม ดังนั้นไม่ควรพลาด หากว่าเลยเวลาที่นัดเอาไว้ก็ควรมีการติดต่อเพื่อขอเลื่อนนัดก่อน เพื่อให้ทางร้านจัดกำหนดการให้ใหม่ เราจะได้ไม่เสียสิทธิ์
และในกรณีที่ไม่ได้ไปรับบริการ เคลือบแก้ว เพิ่มอีกเลย จะมีปัญหาอย่างไรบ้างนั้น สามารถอ่านต่อได้จากเรื่อง “ข้อเสียของการเคลือบแก้วที่หมดประกันเป็นอย่างไร” อย่างไรก็ตามการเติม น้ำยาเคลือบแก้ว ตามระยะเวลาเป็นหนึ่งในสิทธิที่เราได้รับจากการซื้อโปรแกรม หรือได้รับโปรโมชั่น ซึ่งเป็นสิทธิที่เราควรได้ ไม่ควรพลาดโอกาส และในกรณีที่เป็น ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่ใส่ใจจะมีการติดต่อเพื่อแจ้งล่วงหน้า เพื่อเตือนไม่ให้เราพลาด และนอกจากการเติมน้ำยาแล้ว ยังจะได้รับการตรวจสภาพของพื้นผิวรถของเราอีกด้วย ว่าควรมีการดูแลเพิ่มเช่นใด
ที่มา:https://albatroscarcare.com/2017/01/01/glass-coating_052/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ล้างรถเคลือบแก้วต้องใช้น้ำเปล่าเท่านั้นหรือ

รถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มา ได้ชื่อว่าเป็นรถที่เปื้อนยากทำความสะอาดง่าย เพราะพื้นผิวมีประสิทธิภาพของความลื่น ป้องกันการจับเกาะยึดติดกับพื้นผิวของสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฝุ่นผง หรือมลพิษอื่นๆ ทำให้เราสามารถขจัดมันออกไปได้ง่าย ไม่ทิ้งคราบฝังเอาไว้ให้เป็นรอยด่างพร้อยบนสีรถคนโปรดของเรา แต่อย่างไรก็ตาม… มีคำถามเกิดขึ้นจากหลายที่สนใจทำ รถเคลือบแก้ว เกี่ยวกับเรื่องวิธีการดูแลทำความสะอาด มีข้อสงสัยว่าหากต้องการที่จะ ล้าง รถยนต์เคลือบแก้ว เราจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นใช่หรือไม่

ความเชื่อเรื่องการล้างรถเคลือบแก้วด้วยน้ำเปล่า

การล้างรถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว จำเป็นต้องใช้แค่น้ำเปล่าเท่านั้น… ดูเหมือนเป็นเรื่องที่มาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบางประการ ซึ่งหากให้คาดเดาน่าจะเกิดจาก ผลทางการตลาด หรือการสื่อสารของนักขาย ที่ใช้การ ล้างรถเคลือบแก้ว ด้วยน้ำเปล่าเป็นวิธีโชว์ประสิทธิภาพของการ เคลือบแก้ว คือ ชอบโชว์ว่า เพียงแค่ใช้น้ำเปล่าก็สามารถทำให้รถกลับมาสะอาด ไม่ยุ่งยาก… พอทำไปทำมากลายเป็นว่ามีบางคนเชื่อว่าการจะล้างรถที่ผ่านการเคลือบมาแบบนี้ จะต้องใช้แค่น้ำเปล่าเท่านั้น แต่นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด

เคลือบแก้วแล้วควรล้างอย่างไร

สำหรับ วิธีล้างรถเคลือบแก้ว บอกได้เลยว่าใช้แชมพูล้างรถก็ได้ เพียงแต่ว่ามันเป็นรถที่ล้างได้ง่าย จะใช้แค่น้ำเปล่าราดลงไปแล้วใช้ผ้าเช็ดเบาๆ ก็ยังไหว เนื่องจากผิวของมันลื่น สิ่งสกปรกไม่จับเกาะฝังแน่น คราบต่างๆ ทำความสะอาดได้ง่าย ดังนั้นไม่ได้จำเป็นต้องใช้สารทำความสะอาดเพื่อช่วยเหลือก็ยังได้ แต่หากต้องการใช้ก็ไม่มีปัญหา อย่าลืมว่า รถเคลือบแก้ว มีพื้นผิวที่ทนทานกว่าเดิม หากว่าแม้แต่แชมพูล้างรถทั่วไป ยังสามารถเล่นงานหรือทำลาย เคลือบแก้ว ได้มันคงเป็นเรื่องที่… แปลกๆ อยู่สักหน่อย หากว่าผู้ให้บริการรายไหนว่าให้ใช้แต่น้ำเปล่า คุณอาจจะต้องสอบถามเขาดูหน่อยละว่าเกิดจากสาเหตุใด การ เคลือบแก้ว ของเขามีเงื่อนไงในการล้างอย่างเป็นพิเศษด้วยหรือ เพราะในความเป็นจริงน้ำยาที่ลงมันไปสร้างชั้นฟิล์มปกป้อง ย่อมมีประสิทธิภาพและความทนทานมากขึ้น หากว่าทนไม่ได้แม้แต่แชมพูธรรมดาๆ ก็เห็นต้องกังขากันหน่อยในเรื่องความสามารถในการปกป้องรถของเรา
แต่อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์บริการเป็นไปได้ว่าจะมีสารทำความสะอาดที่เพื่อการปกป้องที่เป็นพิเศษมาแนะนำ อันนั้นก็แล้วแต่ว่าเราต้องการจะใช้หรือไม่ แต่โดยทั่วไปรถที่ผ่านการ เคลือบแก้ว มาแล้ว ล้างง่ายกว่าปกติ และสามารถใช้แชมพูล้างรถในการทำความสะอาด รถยนต์เคลือบแก้ว ได้หากเราต้องการ ไม่จำเป็นถึงขนาดที่ว่าจะล้าง รถเคลือบแก้ว จำเป็นต้องใช้แค่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเพราะต้องระวังอะไรแบบนั้นแน่นอน

ที่มา:https://albatroscarcare.com/2017/01/02/glass-coating_053/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 6601
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: จัสติน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถอยยออกมาจากศูนย์เคลือบแก้วทันทีเมื่อเจอ 3 เรื่องนี้

การทำ เคลือบแก้ว เพื่อปกป้องและเสริมความงามให้รถ เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราสามารถมีรถที่สวยงามน่าใช้งานอยู่ได้นาน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในการใช้งานรถยนต์ของเรา รถเคลือบแก้ว ขับไปทางไหนก็เป็นเป้าสายตาและถูกมองอย่างให้ความสนใจเนื่องจากมีความเงางามมากว่าปกติ แต่ก่อนที่เราจะได้มาซึ่งความงามและการปกป้องนั้น สิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้องค้นหาให้ได้ก่อนก็คือ… ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่มีคุณภาพ ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่หลายแห่ง แต่ก็แน่นอนว่า ย่อมมีศูนย์บริการที่ไม่ได้มาตรฐานสักเท่าไหร่อยู่ด้วยเช่นกัน… ซึ่งหากไปใช้บริการอาจจะไม่ได้ผลงานตามที่เราต้องการก็เป็นไปได้…

ถอยออกมาหากเจอเรื่องต่อไปนี้จากผู้บริการเคลือบแก้ว

1.    ตอบคำถามของเราที่เกี่ยวกับเรื่องการทำ เคลือบแก้ว ไม่ค่อยได้ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการจะทำ เคลือบแก้วรถ ได้ดี ต้องเริ่มจากการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ เคลือบแก้ว เป็นอย่างดีก่อน หากว่าเขาตอบไม่ได้ชัดเจน ก็เริ่มน่ากังวล ที่สำคัญก็คือ เราควรมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับ น้ำยาและการทำเอาไว้ในระดับหนึ่ง เราจะเข้าใจผิดถูกอย่างไร ไม่เป็นไร เพราะคนที่เขารู้จริงจะสามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้อย่างเด่นชัด ตรงกันข้าม ในกรณีที่เขาไม่รู้อย่างชัดเจน เราอาจจะได้ยินเรื่องประสิทธิภาพการปกป้อง ที่เกิดจากความเป็นจริง ฟังไปฟังมาอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า รถเคลือบแก้ว แข็งแกร่งพอๆ กับรถถังในสงคราม ซึ่งมัน… เป็นไปไม่ได้เลย… แต่อย่างไรก็ตาม… เราอาจจะต้องดูด้วยว่าเราพูดกับใคร เขาเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเรื่องการทำ เคลือบแก้ว หรือไม่ หรือเรากำลังคุยกับนักขายที่เข้ามาทำงานใหม่…. เขาอาจจะยังไม่เข้าใจก็เป็นไปได้ แต่… อย่างน้อยที่นั่นต้องมีคนที่รู้จริงอยู่ ถ้าหาไม่เจอ… ถอยออกมาเถอะ เรากำลังเสี่ยงแล้ว…
2.     ไม่มีช่างที่ชำนาญงานเพียงพอ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในของ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว หลายๆ แห่ง คือ ขาดบุคลากร เหตุผลส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ช่าง หรือพนักงานย้ายงาน หากว่าคนที่มีทักษะย้ายไปทำที่อื่น ผลงานย่อมแตกต่างไปจากเดิม เรื่องนี้อาจจะดูยากหน่อย เพราะเป็นเรื่องภายใน แต่ลองสอบถามดูได้จากความเร็วช้าในการให้บริการ และดูได้จากสายตาว่ามีคนทำงานมากน้อยแค่ไหน เตือนเล็กน้อย… เรื่องนี้หาอ่านจากรีวิวใน internet ไม่ได้… เพราะมันอาจเป็นข้อมูลเก่าก่อนที่คนที่มีทักษะจะย้ายไปก็เป็นไปได้เช่นกัน… ดังนั้นหากดูแล้วคนทำงานดูไม่ชำนาญก็ควรจะ…ถอย
3.    ไม่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม ในการทำ เคลือบแก้ว ที่มีคุณภาพเพียงพอ แม้จะเป็นจริงว่าการทำ เคลือบแก้วรถ มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ ระบบพ่นและระบบทา ( และยังมีระบบทากึ่งพ่น ที่ใช้ข้อดีของทั้ง 2 ระบบร่วมกัน อ่าน เพิ่มเติมได้จากเรื่อง “เคลือบแก้วระบบทากึ่งพ่นหนึ่งในคำตอบที่ดีที่สุด” ) ซึ่งทั้ง 2 แบบ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือแตกต่างกัน ถ้าเป็นระบบทาก็ไม่มีอะไรมาก แต่เราต้องดูด้วยว่าในความที่ไม่มีอะไรมาก เขาได้ใช้มันอย่างเหมาะสมหรือไม่ เรื่องนี้อาจจะต้องหาความรู้ก่อนนิดหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่า เพราะทำให้เราดูออกได้อย่างค่อนข้างชัดเจนว่าควรถอยหรือควรเดินเข้าไปใช้บริการเขาทันที
ทั้ง 3 เรื่องนี้ สามารถช่วยให้เราเลือกศูนย์ให้บริการที่เราจะเอารถไปทำ เคลือบแก้ว ได้ ว่าที่ไหนเข้าไปแล้วควรล่าถอย เพื่อไม่ให้ต้องเสี่ยงกับการได้ผลงานไม่คุ้มค่า หรือ ไม่ตอบสนองความคาดหวังของเราในการทำ รถเคลือบแก้ว…
ที่มา:https://albatroscarcare.com/2017/01/03/glass-coating_054/